วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอน 2 เบื้องหลังเพลงและผลต่ออารมณ์

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอน 2 เบื้องหลังเพลงและผลต่ออารมณ์

ลองมาคิดดูสิว่าหากมีคนนินทาท่าน และท่านได้ยิน ท่านจะทำอย่างไร มีอารมณ์อย่างไร หรือ ท่านได้ยินคนตัดพ้อต่อว่าชีวิตตัวเองว่าหมดโชค อาภัพ ท่านจะมีอารมณ์ร่วมไหม? เอาละ ลองมาคิดใหม่ หากว่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใส่ทำนอง ดนตรี กรอกใส่หูเรามันจะมีอิทธิพลมากสักเพียงใด นี่เอง มันเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังครับ

หากจะพูดถึงเรื่องเพลงในปัจจุบันมีเพลงอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาวโลกหรือเพลงคริสเตียน ทั้งสองอย่างนี้จะแตกต่างกันทั้งเนื้อหาสาระ เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงสากลทั่วไปกับเพลงคริสเตียน

หนึ่ง เพลงสากล
การแต่งเพลงเกิดจากประสบการณ์ที่มีทั้งความผิดหวัง มีเสียใจ หรือเกิดจากจินตนาการที่สะท้อนด้านจิตใจของผู้ประพันธ์เอง หรือเพื่อการค้า การตลาด ทำเพื่อการค้าและธุรกิจเป็นหลัก เนื้อหาของเพลงจะมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบความนิยมก็จะเป็นยุคเป็นสมัยไป
การแต่งเพลงจะเน้นจินตนาการมากกว่าความจริง เช่น เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างอารมณ์ในการเขียนบทเพลงเพื่อให้เกิดความนิยมชมชอบ จนไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เช่น บางเพลงถึงกับไร้ทางออก เนื้อเพลงก็จะแสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังจริงๆ ซึ่งเราจะพบว่าเหตุการณ์จริง ๆ แล้วจะไม่ถึงขนาดนั้นเสมอไป

เพลงสากลทั่วไป มีทั้งดี มีคุณค่า และไม่ดี และบางเพลงทำนองไม่ค่อยดี แต่เนื้อหาดีมาก บางเพลงเนื้อหาดี ทำนองไม่ดี ไม่โด่งดัง บางเพลงดังระเบิด ไปที่ไหนก็ได้ยิน แต่ฟังไปจะให้คุณค่าสร้างสรรค์น้อยมากเลย มีไม่กี่ประโยค

ส่วนใหญ่เพลงที่สร้างสรรค์ เพลงที่ให้คุณค่า เช่น ปลุกใจเช่นเพลงประจำสถาบัน เพลงประจำหน่วยงาน เพลงประจำองค์กร หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงของชาติ

เพลงสากล สมัยนิยม เพลงยอดฮิต ซึ่งจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของคน คนที่ฟังเพลงประเภทนี้ก็จะมีอารมณ์ร่วมเฉพาะที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยธรรมชาติของมนุษย์จะคิดว่าตนเป็นตัวเอกก็เลยคิดว่าตนเองเป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่านั้น หากเพลงเศร้าก็พลอยเศร้าไปด้วยทำให้ยิ่งทุกข์มากยิ่งขึ้น บางเพลงตรงกับชีวิตในอดีตที่เคยขื่นขม เมื่อฟังเพลงประเภทนี้ก็กลับเป็นว่าเอาอดีตนั้นมาทำให้ปัจจุบันเป็นทุกข์ ไม่ยอมไม่อยากลืม บทเพลงจะเน้นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เป็นการต่อว่าตนเอง ท้อถอย หมดหวัง ส่วนมากเพลงที่จะให้กำลังใจนั้นจะมีน้อยมาก เพลงบางเพลงมีความหมายสองแง่สองง่าม ลามก ใช้คำที่ไม่สุภาพ บางเพลงเนื้อหาของเพลงนั้นจะสอดใส่สิ่งที่ไร้ศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, ชู้สาว, ฯลฯ เช่นเพลงชู้ทางใจ, แอบรัก, แม่หม้าย, หนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม, การแย่งแฟนกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่น ๆ อีก

ส่วนบทเพลงเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เพลงประเภทนี้จะใช้คำพูดเสียดสีสังคมเจ็บๆ แสบๆ ใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในสังคม

ในชีวิตประจำวัน เพลง มีผลต่ออารมณ์ ท้าทาย การต่อสู้ของจิตใจของท่าน หากท่านยังอยู่ในขบวนการเยียวยา บำบัด เพลงสำคัญมาก เพราะท่านเลือกเพลงฟังโดยไม่คำนึงว่าจะมีผลกระทบต่อจิตใจท่าน อาการ ซึมเศร้า เกลียด เหงา โกรธ ยิ่งปะทุแรงขึ้น จึงขอให้ระวังเพลงที่ฟังด้วย เพราะคนที่ท้อใจง่าย เป็นคนไม่สู้ ชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลี่ยงเพลงที่ตัดพ้อต่อว่าชีวิตไปเลยครับ

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 1 เสียงเพลง เสียงดนตรี มีผลต่อร่างกาย

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 1 เสียงเพลง เสียงดนตรี มีผลต่อร่างกาย

ดนตรี คือลักษณะของเสียงที่ได้รับการจัดเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีแบบแผนและโครงสร้างชัดเจน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ เพื่อความสุนทรีย์ เพื่อการบำบัดรักษา และเพื่อการศึกษา

ความหมายของดนตรีบำบัด คือ การวางแผนในการใช้กิจกรรมทางดนตรีควบคุม ในกลุ่มของคนทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก จนถึงวัยสูงอายุ เพื่อให้เกิดผลบรรลุในการรักษาโรคต่าง ๆ ที่เกิดมาจากความบกพร่องต่าง ๆ เช่น ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ทางร่างกาย และสติปัญญา

ดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองในหลาย ๆ ด้าน จากการศึกษาวิจัยพบว่าผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ, อัตราการเต้นของชีพจร, ความดันโลหิต, การตอบสนองของม่านตา, ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และการไหลเวียนของเลือด จึงมีการนำดนตรีมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้ เจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกกันว่าดนตรีบำบัด (music therapy)

ประโยชน์ของดนตรีบำบัดมีหลายประการ เช่น ช่วยปรับสภาพจิตใจ ให้อยู่ในสภาวะสมดุล มีมุมมองในเชิงบวก ผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล กระตุ้น เสริมสร้าง และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และความจำ กระตุ้นประสาทสัมผัส การรับรู้ เสริมสร้างสมาธิ พัฒนาทักษะสังคม พัฒนาทักษะการสื่อสารและการใช้ภาษา พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว ลดความตึงตัว ของกล้ามเนื้อ ลดอาการเจ็บปวดจากสาเหตุต่าง ๆ ปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างสัมพันธภาพที่ดีในการบำบัดรักษาต่าง ๆ และช่วยเสริมในกระบวนการบำบัดทางจิตเวช ทั้งในด้านการประเมินความรู้สึก สร้างเสริมอารมณ์เชิงบวก การควบคุมตนเอง การแก้ปมขัดแย้งต่าง ๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว

(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

์ำNew article!

ติดตามอ่านบทความใหม่ด้านการพ้ฒนาศักยภาพผู้นำและจิตใจ/จิตวิญญาณได้ใน Blog

http://i-leadership.blogspot.com/


http://b-bettermind.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 4 จงมีวินัย

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 4 จงมีวินัย

แม้ยุคศตวรรษที่ 20 เป็นยุคไฮเทค อุปกรณ์ทันสมัย รวดเร็วทันใจ แต่ว่าสิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับคนเช่นกัน “เพราะความอืดอาด ความนิ่งเฉย เป็นบาปอย่างหนึ่งที่ไม่น่าให้อภัย” เช่นกัน

พระเจ้าต้องการใช้คนที่กระตือรือร้นและมีวินัย เป็นคนที่จะกระตุ้นศักยภาพของตนเองในการดำเนินชีวิตและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของท่านให้เจริญขึ้น

เจ. ออสวอน แซนเดอร์ ได้กล่าวไว้ว่า “…เพราะถึงแม้มีความสามารถมากมาย แต่ถ้าไม่มีวินัย ความสามารถนั้นจะไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ คนที่มีวินัยเท่านั้นจะพัฒนาศักยภาพของตนได้สูงสุด เขาเป็นผู้นำได้เพราะเขาชนะตนเอง” นี่เป็นเพียงเดือนแรกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปีนี้ อย่าลืมเสียล่ะว่า “จงยึดวินัยไว้ และอย่าปล่อยไป จงระแวดระวังเธอไว้ เพราะเธอเป็นเจ้าของชีวิตของเจ้า” (สภษ.4:13)

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 3 ปฎิทินของท่าน

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 3 ปฎิทินของท่าน

ชาวบาบิโลน เริ่มคิดใช้ปฏิทินเพื่อติดตามเวลา อาศัยระยะดวงจันทร์หมุนรอบโลกเป็นหลักครบ 12 เดือน กำหนดเป็น 1 ปี ก่อนนั้นชาวกรีกและชาวโรมันถือปฏิบัติตามหลักจูเลียส ซีซาร์นี้โดยใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันหยุดสากล มีพิธีบวงสรวงสังเวยเทพเจ้าเยนิส มีการเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนของขวัญแก่กันและกัน เลี้ยงดูสนุกสนานทั่วไป

ส่วนประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่โดยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนตามทางสุริยะคติจาก 13 เมษายน พร้อมกับการเปลี่ยนศักราชใหม่ และจนมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีก ซึ่งตกในเดือนอ้าย โดยใช้ 1 มกราคม 2482 เป็นวันขึ้นปีใหม่นับแต่ปีนั้นมา ตามความเชื่อของคนไทยจุดหนึ่งคือ วันปีใหม่จะตรวจสอบชีวิต จิตใจที่ผ่านมา ทำอะไรผิดพลาด บกพร่อง และจะตั้งใจทำใหม่ในปีใหม่นี้

เราเองซึ่งเป็นคริสตชนที่อยู่ในเมืองไทยก็ลองสำรวจดูปีที่ผ่านมา มีอะไรที่ไม่นำไปสู่พระพรไม่เกิดผลอย่างเต็มที่ การดำเนินชีวิตคริสเตียน ไม่ว่าการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ การประกาศ เป็นพยาน การถวายทรัพย์ สิบลด การถวายตัว การนมัสการวันอาทิตย์ รวมถึงท่าทีความสัมพันธ์ต่อเพื่อนบ้าน พี่น้อง พ่อแม่ รวมถึงการรับใช้ และความขยันขันแข็ง การมีระบบระเบียบวินัย ในการทำงานในองค์กร หน่วยงาน บริษัท การเรียน

สิ่งเหล่านี้เป็นหลักพื้นฐานชีวิตประจำวันของเราทุกคน ผมคิดว่าการมีระเบียบวินัยกับตนเองจะนำไปสู่เป้าหมายอย่างสำเร็จได้

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 2 ท่านเป็นผู้รับใช้

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 2 ท่านเป็นผู้รับใช้

ผมอยากหนุนใจในปีใหม่นี้ให้ท่านคิดเสมอว่าท่านเป็นคนรับใช้เต็มเวลา ทำงานตามอาชีพที่พระเจ้ามอบให้แก่ท่านไป และอย่าลืมบริหารการเงิน เก็บจัดสรรเงินเพื่อใช้ในการรับใช้พี่น้องตามกำลังและตะลันต์ตามความสามารถของท่าน เพราะพระเจ้าไม่ได้ เรียกเกินที่ท่านมีครับ

เราอาจจะไม่ได้อยู่ในองค์กรที่ต้องทำงานเต็มเวลาหรือในคริสตจักร แต่เราเต็มเวลา เต็มที่ในที่ที่พระเจ้าให้เราอยู่ในวันนี้ ก็ขอหนุนใจบอกท่านว่าท่านเป็นคนที่ใช้การได้ ทำได้ตามเวลา กำลังที่ท่านได้ลงทุนลงแรงไป

ส่วนทีมพันธกิจของพวกเรา ท่านสามารถสนับสนุนโดย เมื่อท่านเข้าไปในเว็บบล็อกแล้ว ขอให้ท่านช่วยคลิก โฆ ษณา ที่อยู่ข้าง ๆ ทั้งสามบล็อก วันละหนึ่งครั้งต่อหนึ่งบล็อก ก็พอนะครับ อย่าทำมากกว่านั้น

การร่วมมือของเราทุกคน จะช่วยให้เราได้ค่าใช้จ่ายจากกูเ กิลมาใช้ในการทำงานของพวกเราในการเดินทางไปสอน ไปช่วย ตามที่ต่างๆ และหลายครั้ง เราไปสอนเสร็จ เราเองก็ถวายเงินกลับให้กับหน่วยงาน หรือคริสต
จักรนั้น ๆ ด้วย

ทีมพวกเราไม่เคยเรี่ยไรครับ ในการทำพันธกิจ พวกเราทำงานและจัดสรรเงินเดือนแต่ละเดือนเป็นค่าเดินทางที่พักเอง เมื่อมีการเชิญทีมเราไป

ขอบคุณหลายคริสตจักรและหน่วยงานที่ช่วยออกค่าที่พักให้กับพวกเรา แต่สำหรับ หลายที่ท่านไม่มีกำลังพอ ไม่ต้องห่วงและกังวลที่จะเชิญพวกเราไปนะครับ เพราะพวกเราคิดเสมอว่าเราเป็นผู้รับใช้เต็มที่ ทำอาชีพไป เก็บเงินเดินทาง เป็นค่าใช้จ่ายเองได้

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 1 พัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

ปีใหม่กับความวิถีใหม่ ตอน 1 พัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

สัปดาห์นี้หากผมจะกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กับทุก ๆ ท่านคงไม่สายเกินไปนะครับ เพราะไม่ได้เขียนบทความมานานเลย เนื่องจากผมต้องเดินทาง และให้คำปรึกษาผู้ที่ทำงานด้าน การเยียวยา เผยวจนะตลอด เพิ่งได้หยุด ปีใหม่ปีนี้ ก็มีโอกาสได้พักช่วงวันสิ้นปีสองสามวัน ก็นั่งคิด วางแผน เขียน บทความเพิ่ม เป็นบทความด้านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ และการเสริมสร้างจิตใจและจิตวิญญาณให้เข้มแข็งและเจริญเติบโต

พวกเราต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์ ประกอบไปด้วย ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ แต่น้อยคนที่จะพัฒนาด้านจิตวิญญาณ เพราะวิญญาณจิตหรือจิตวิญญาณ เจริญเติบโตได้ ท่านเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ไม่โตฝ่ายวิญญาณไหมครับ

หลายคนลงทุนพัฒนาด้านร่างกาย ซื้ออาหารเสริม สมัครเล่นฟิตเนส บางคนพัฒนาให้อาหารแก่จิตใจ ดูหนังฟังเพลง ดูตลกคาเฟ่ หรือเที่ยว ตามแต่คนจะชอบ แต่ท่านไม่พัฒนาด้านจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเรื่องนิรันดร์จะอยู่ตลอดไป ท่านอาจจะเสียความสมดุลย์ด้านชีวิตก็ได้

เพราะจิตใจกำหนดร่วมกับความคิดว่าจะให้ร่างกายทำอะไร เช่น ใจเศร้า หน้าตาท่าทาง อารมณ์ท่านเศร้า ส่งผลต่อการทำงาน แต่ใจร่าเริงล่ะ คุณภาพชีวิตวันนี้เยี่ยมไปเลย กินได้นอนดี แต่ว่าจิตวิญญาณเป็นตัวกำหนดตัวตนของเราและมีอำนาจเหนือจิตใจและร่างกาย

เรื่องเหล่านี้จะค่อย ๆ สอนครับ เหมือนพระเยซูบอกว่าหากเราได้สิ่งสารพัด (วัตถุสิ่งของที่ตอบสนองจิตใจ ร่างกาย) แต่ต้องเสียชีวิต (จิตวิญญาณ ) เราจะได้อะไร

ก็ขอออวยพรให้ท่านเลือก จิตวิญญาณนะครับ ในปีใหม่นี้ เว็บบล็อกที่ผมเขียนเพิ่มมี

http://i-leadership.blogspot.com/


http://b-bettermind.blogspot.com/