วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

จงขอบคุณทุกกรณี (1ธส. 5:7)

จงขอบคุณทุกกรณี (1ธส. 5:7)

ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะแสดงความขอบคุณได้อย่างชัดเจนเท่ามนุษย์ โต๊ะ, เก้าอี้, บ้าน คงไม่ขอบคุณผู้เช็ดถูกวาดให้นะครับ แต่สิ่งที่จะตอบสนองความดีและพระคุณด้วยมีจิตสำนึกอันสูงส่ง คงมีแต่มนุษย์นี่แหละครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นบุตรพระเจ้า

ในงานเลี้ยงฉลองของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเรื่องหัวอาหารหมูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าภาพได้เชิญหุ้นส่วนทั่วประเทศมาร่วมฉลองในผลกำไรสูงสุดรอบ 5 ปี ในงานเลี้ยงมีตั้งแต่พ่อค้า, กสิกร, นักธุรกิจ มาร่วมงานกันอย่างครึกครื้น

แต่มีโต๊ะหนึ่งที่มีนักธุรกิจคนหนึ่ง ได้นั่งกับลุงชาวชนบทมีอาชีพเลี้ยงหมู ก่อนรับประทานอาหารแกได้เริ่มหลับตาอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าที่ประทานอาหารให้ พอนักธุรกิจเห็นเข้าก็หัวเราะดังลั่นและพูดว่า “ลุงไม่ทันสมัยเสียเลย มาเชื่อเรื่องบ้าบอ ขอบคงขอบคุณอะไรกัน อย่าทำตัวเคร่งศาสนามากเลย” แต่พอลุงอธิษฐานเสร็จก็หันมาที่นักธุรกิจแล้วพูดว่า “พ่อหนุ่มเจ้าต้องมีจิตสำนึกที่ถูกต้องกับพระเจ้า คิดถึงพระคุณของพระองค์ ขอบคุณที่ทรงประทานอาหารให้ อย่าให้เหมือนหมูที่บ้านลุงเลย เวลาเอาอาหารให้มัน มันก็ยังไม่ขอบคุณลุงเลย”

บางครั้งเรามักลืมขอบคุณพระเจ้า ไม่ว่าสภาพเช่นไร จงขอบคุณทุกกรณี นี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ในเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่สามารถเข้าใจได้ สับสน แต่ขอให้ขอบคุณเถิดครับ เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง ที่บ่นไปแล้วแต่ว่าผลแห่งปัญหาอุปสรรคกลับกลายเป็นพระพรตามมา

ในปี 1981 ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังศึกษาอยู่ในช่วงกลางเทอม รู้สึกว่าตัวเองปวดศีรษะมาก ขณะเรียนจึงไปตรวจสายตา ซึ่งทางร้านบอกว่าต้องตัดแว่น เพราะตาด้านซ้ายเอียง แต่ด้านขวาสั้น ข้าพเจ้าไม่ยอมตัดแว่น พอกลับมาถึงที่พักก็ได้อธิษฐานขอต่อพระเจ้า ให้พระองค์รักษา และไม่อยากใส่แว่นด้วย บุคลิกคงไม่ให้ และไม่มีเงิน อีกทั้งไม่ชอบด้วย แต่รู้สึกว่ามันยิ่งเจ็บมากขึ้นทุกวัน จนสัปดาห์ต่อมา ผมจึงจำยอมด้วยความขมขื่นที่ต้องตัดแว่นใส่

จนต่อมาปี 1983 ปลายเดือนมีนาคมขณะที่ข้าพเจ้านั่งรถเมลล์ไม่รู้ว่าวันนั้นคิดอะไร ไปนั่งหน้าสุดใกล้คนขับ พอรถแล่นไปถึงหน้าโรงแรมนารายณ์แถวสีลม ยังไม่ทันตั้งตัวเลยครับ เสียงกระจกดัง “เปรี้ยง” เศษกระจกกระเด็นติดหู ติดผมของผม เต็มไปหมดเพราะรถเมล์ชนกับรถกระบะคันหน้าเข้าแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าใส่แว่นตา มันช่วยไม่ให้เศษกระจกเข้าตาผมเลย มันน่าดีใจจริงๆ ผมรีบขอบคุณพระเจ้าใหญ่เลยครับ ที่พระองค์ให้มีแว่นตาช่วยป้องกันเศษกระจกมากมายได้

แต่ก็มีเรื่องน่าเสียใจที่ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนผมไม่น่าบ่นเลย น่าจะขอบคุณพระเจ้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว นี่แหละนะความผิดพลาดที่ไม่ยืนหยัดในพระวจนะของพระเจ้าที่ว่า … จงขอบคุณทุกกรณี ท่านขอบคุณพระเจ้าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือยังครับ จงเริ่มต้นขอบคุณพระเจ้าเถิดครับ แล้วสันติสุขของพระเจ้าจะคุ้มครองจิตใจ เพราะพระองค์มีแผนการณ์ที่ดีสำหรับลูกของพระองค์

เรียบเรียง โดย เจริญ ยธิกุล

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

เมื่อท่านประสบความสำเร็จ

เมื่อท่านประสบความสำเร็จ

อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีแล้ว แปดเดือนที่ผ่านมาบางคนอาจจะคิดว่าตนเองทำงานยังไม่เต็มที่, ไม่เป็นที่น่าพอใจ, ไม่ค่อยตรงเป้าเท่าไร อาจเกิดความท้อแท้ อยากเปลี่ยนงานที่ทำให้เจริญมากยิ่งขึ้น แต่ตรงกันข้าม บางท่านอาจรู้สึกพึงพอใจในผลงานของเดือนที่ผ่านมา และบางท่านอาจไม่ค่อยชอบงานที่ทำก็ได้ ใช่ไหมครับ…

มีคำกล่าว่า “จงหางานที่เรารัก ไม่ก็ให้รักงานที่เราทำ” สนุกกับมัน ทำความเข้าใจกับมัน ค้นหาประโยชน์ พระพร และคุณค่าของงานที่เราทำ แน่นอนหากเราเข้าใจจุดนี้ เราจะสามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้เสมอ ขณะที่เราทำงาน ยังไง วันนี้ให้เรามาคิดถึงคุณค่าของความคิด ท่าทีที่มีต่อการทำงาน และการรับใช้ของเราสัก 3 ข้อ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจ และช่วยท้าทายในการดำเนินชีวิตในปีใหม่นี้

1. มันเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้นเอง
อย่ายึด หรือภูมิใจ ติดกับความสำเร็จที่ผ่านมามากเกินไป ให้ตระหนักว่ามันเป็นเพียงก้าวแรกแห่งการเริ่มต้นในงานที่ยิ่งใหญ่ ที่เราต้องพบอีกในภายหน้า มีคนถามธอร์วาลเซน ปฏิมากรผู้มีชื่อเสียงชาวเดนมาร์กว่า “คุณคิดว่างานชิ้นไหนครับที่เป็นอนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ” เขาตอบทันทีว่า “ยังไม่ได้ทำครับ ผมคิดว่าชิ้นต่อไปนี้แหละ” เปาโลยึดถือเสมอว่า “ข้าพเจ้าไม่ถือว่า ข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่งคือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า” (ฟป.3:13)

2. ทุกอย่างมีวาระ
“แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน” (ปญจ.9:11) ใช่ว่าเราจะตกต่ำ ผิดพลาด ผิดหวังตลอดไป แต่ให้เราเตรียมพร้อมที่พบกับความสำเร็จที่จะมาถึงเช่นกัน ข้าพเจ้าอยากให้ท่านรู้จักชายคนหนึ่ง เขาประกอบธุรกิจล้มเหลวในปี 1831, พ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 1832, ธุรกิจล้มเหลวอีกในปี 1833, ได้รับเลือกเข้าสภาปี 1834, คนรักตายปี 1835, เป็นโรคประสาทเสื่อมปี 1836, พ่ายแพ้การเลือกตั้งเป็นประธานสภาปี 1838, ไม่ได้เข้ารับเลือกตั้งปี 1840, ไม่ได้เป็นพนักงานที่ดินปี 1843, ได้รับเลือกตั้งเข้าสภาคองเกรสปี 1845, ไม่ได้เลือกเข้าสภาซีเนตปี 1855, ไม่ได้เป็นรองประธานาธิบดีปี 1856, แต่ต่อมาในปี 1860


บุรุษผู้นั้นคือ อับราฮัม ลินคอล์น ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาครับ 30 ปี แห่งความอดทน เพียรมานะ พยายามและรอคอย อย่าคิดว่าหมดหวัง พระเจ้าไม่อวยพร โมเสสเองซึ่งเป็นผู้รับใช้พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และสัตย์ซื่อ กว่าจะเป็นผู้ทำงานใหญ่ได้ ต้องไปเลี้ยงแกะถึง 40 ปี

3. อย่าลืมความยินดี
สมัยที่มาร์ติน ลูเธอร์ยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านเป็นคนที่มีใบหน้าเศร้าหมองมาก เนื่องจากการต่อสู้เพื่อความเชื่อของท่านและถูกต่อต้าน” ภรรยาของท่านได้เห็นท่านมีใบหน้าเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลานั้น วันหนึ่ง เธอจึงแต่งชุดดำ ลูเธอร์จึงถามเธอว่า “ทำไมเธอจึงแต่งชุดดำ” เธอตอบว่า “เธอไว้ทุกข์ให้กับพระเยซู เพราะพระองค์ตายเสียแล้ว” ลูเธอร์ตกใจมาก กล่าวตอบว่า “พระเยซูทรงพระชนมอยู่ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เธอควรจะปิติยินดีต่างหาก” ภรรยาท่านจึงตอบว่า “แล้วทำไมใบหน้าของเธอจึงเศร้าหมองนัก เหมือนกับว่าพระเยซูตายเสียแล้ว” ลูเธอร์คิดได้ จากนั้นท่านก็เปลี่ยน มีใบหน้าที่สดใสและเต็มไปด้วยความหวัง เพราะพระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่ และช่วยเราได้ในทุกสิ่ง

“จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าของย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด” (ฟป.4:4)

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 3 สาเหตุและการมีชัยชนะมาจากอะไรล่ะ ?

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 3
สาเหตุและการมีชัยชนะ มาจากอะไรล่ะ ?

เป็นได้ว่าในวัยเด็ก ครอบครัวเน้นพิสูจน์โดยการกระทำ แข่งขัน และเปรียบเทียบกันและกันในหมู่พี่น้อง หรือเขากับเพื่อน หรือถูกเลี้ยงดูด้วยการข่มขู่ เพื่อแลกความรักจากครอบครัว

ประการที่ 1 ผู้ทำพันธกิจ ต้องมีความรักมาก ๆ อดทนให้กำลังใจมากๆ แก่ผู้รับการเยียวยา โดยหาสาเหตุ รากที่มาจากความกลัว และอธิษฐาน ปฏิเสธตัดความสัมพันธ์กับรากนั้น อีกทั้งยกโทษแก่ผู้ที่ทำให้เขามีอาการเช่นนี้ การยกโทษเป็นการปลดล็อค พระพรฝ่ายวิญญาณด้วยเช่นกัน และโดยนำความโกรธ เกลียด จนนำไปสู่รากความกลัวไปที่กางเขน

ประการที่ 2 แสดงความรัก ไม่ใช่การข่มขู่ไม่ให้กลัวอีก และการสัมผัสอย่างเหมาะสม (ควรเพศเดียวกัน) และบอกถึงโทษมหันต์จากความกลัวจากพระคัมภีร์ และบอกกล่าวถึง ความรักของพระเจ้า ท่องพระสัญญาจากพระเจ้าว่าไม่ต้องกลัวกังวลอีก

ประการที่ 3 อธิษฐานปลดปล่อย ความกลัว กังวล หรือบางคนมีราก กรรมพันธุ์จากบรรพบุรุษ ให้อธิษฐานจัดการกับความสัมพันธ์นั้น ๆ เสีย

ประการที่ 4 ให้เขามั่นใจว่าเขาสามารถเป็นตัวเขาเองได้ โดยเขาจะได้รับความรักเพราะเขาเป็นเขา ไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะทำ เพราะเขาเป็นลูกพระเจ้า มีสิทธิทุกอย่าง

ประการที่5 บทเพลง วรรณกรรมใหม่ที่เขาควรอ่าน เพื่อสร้างรากฐานกำลังใจ

ประการที่ 6 บอกเขาว่า ไม่ต้องกลัวที่จะปกป้องตัวเองจนเกินไป ในคำวิจารย์ หรือความผิดพลาด เพราะทุกคนย่อมมีการพลาด และยังมีส่วนดี ๆ อื่น ๆ ที่เรายังมี ที่หลากหลายคน ยอมรับท่านได้ หรือห้ามจินตนาการเกินเรื่องความเป็นจริง

ประการที่ 7 อธิษฐานขอ เรียกปลุกจิตใจและจิตวิญญาณแห่งชีวิต และกำลังใจใหม่ หลีกเลี่ยงคุย สนทนากับคนที่พูดเรื่องเศร้า ลบ ๆ หรือเรื่องหดหู่ใจ

ประการที่ 8 ท่องภาวนาอยู่เสมอในพระสัญญา เพราะว่ามันจะเป็นจริง
ฝึกดำเนินในความจริง ท่องภาวนา 2ทิโมธี 1:7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา (นั่นย่อมหมายถึงเราต้องฝึกคิด กล้า ที่จะไม่กลัว และเมื่อมีการให้อธิษฐานตัดความสัมพันธ์เอา ความรู้สึกกลัวไปตรึงเสียที่กางเขน และท่อง ๆ ๆ ๆ พระสัญญา ความจริงของพระเจ้า)

ยอมรับ ความจริงของพระเจ้ามากกว่าความรู้สึก หรือสถานการณ์ ท่อง อ่าน 1เปโตร 5:7 จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย



ข้อคิด

• ไดว คี ไอเซนฮาว กล่าวว่า 'ข้าพเจ้าไม่ยอมใช้คำว่า วิตกกังวลอย่างเด็ดขาด'
ผมจึงอยากจะหนุนใจให้กลัวอย่างหนึ่งคือ ขอให้สิ่งที่ท่านกลัว คือ การทำบาป อย่างอื่นไม่ต้องกลัว ผิดเริ่มใหม่ ล้มแล้วลุก คนเราคบกันอยู่ที่ใจ ไม่ได้ที่ผลงานหรือต้องพิสูจน์ในความรัก ขอให้ดำเนินด้วยความจริงใจไปอย่างธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งต้องใช้เวลา

ชีวิตของเราควรเชิดหน้า ต่อสู้กับพายุที่โหมกระหน่ำ ยิ้มเข้าไว้

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 2 อาการพื้นฐานของคนมีความกลัวมีอะไรบ้าง

ความกังวลและความกลัวความ ตอน
อาการพื้นฐานของคนมีความกลัวมีอะไรบ้าง

1 มีบุคลิกที่จะพิสูจน์ตัวเองสูง กลัวจะไม่เป็นที่ยอมรับ หรือล้มเหลว เลยกลายเป็นคนที่สมบูรณ์แบบเลยก็ได้

2.เป็นคนประเภทมีความคิดซ้ายกับขวา หรือดำกับขาว เท่านั้น มีวิธีการเดียวในการแก้ปัญหา ซึ่งแท้จริงแล้วผมได้อ่านบทความคอลัมหนึ่งนานมาแล้ว และบันทึกไว้ ได้กล่าวว่า ความกังวล ความกลัวที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วอาจไม่มีอะไรเลย เพราะ

• 40% วิตกเรื่องที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
• 35% เปลี่ยนแปลงได้
• 15% ดีกว่าที่คาดไว้
• 8% เรื่องจุกจิกไร้สาระ
• 2% กังวลเรื่องที่สมควร


3. ลักษณะนิสัย ชอบจินตนาการหรือแต่งเดิม จนความกลัวปะทุมากกว่าเหตุการที่เป็นจริง

4.อาจเป็นคนแบกภาระหนักไปเลย เพราะกลัวจะล้มเหลว ไม่สำเร็จ ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะไม่สำเร็จ และทำให้ชีวิตตรึงเครียดไปโดยไม่รู้ตัว

ความกังวลและความกลัว ตอนหนึ่ง ระดับของความกลัว

ความกังวลและความกลัว ตอนหนึ่ง ระดับของความกลัว

เราแต่ละคนสามารถต่อสู้กับความกลัวได้ต่างกัน บางคนก็ฟันฝ่าได้อย่างง่ายดาย บางคนก็ฟันฝ่าด้วยความยากลำบากแสนเข็ญ

ความกลัวความกังวล ในบางปัญหา เกิดจากสารอะดรีนาริน หรือไทรอยด์ ซึ่งเกิดจากการกินคาเฟอินมากเกินไป หรือการกินยาลดความอ้วน หรือผลข้างเคียงจากยาตัวอื่น ๆ ซึ่งไปทำลายหูชั้นในและก่อสารเคมีที่ไม่สมดุลย์ในร่างกาย กรณีนี้ต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทำบำบัด เยียวยา ควรต้องพึ่งแพทย์ร่วมกับการทำการรักษาคู่กับจิตใจ

แท้จริงแล้ว ความกลัวมี สามระดับ

ระดับ 1 ความกลัวเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับชีวิต

ระดับ 2 ความกลัวที่ปะทุขึ้นทันที จากสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ตัวเย็น สั่น ช็อค หรือ เวียนหัว เป็นลมฯลฯ

ระดับ 3 ความกลัวแบบสับสน คือ เกิดอาการต่อเนื่องไม่ยอมหยุด

ระดับที่ 2 น่าจะต้องรับการบำบัดเยียวยาหากมีอาการทุกครั้ง และระดับที่ 3 อาจต้องพึ่งแพทย์ ช่วยเหลือด้านยาควบคู่กันไป

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หัวใจพ่อ ตอน เหตุผลที่พ่อรักเรา

หัวใจพ่อ ตอน เหตุผลที่พ่อรักเรา

ในตอนนี้อยากจะบอกว่าหลายคนอาจไม่เคยมีความสัมพันธ์ หรือได้รับความรักจากพ่อที่อยู่ในโลก หรืออาจบาดเจ็บ หรือไม่เคยได้รับการแสดงความรัก การปกป้องอย่างเหมาะสม เลยอยากแบ่งปันบทความซึ่งนำมาจากหลาย ๆ แหล่ง จากพระวจนะของพระเจ้า มาให้ท่านได้อธิษฐาน เพื่อให้รู้ว่าพ่อที่เป็นพระเจ้า ไม่เคยเป็นเหมือนพ่อที่อยู่ในโลก ดังที่ท่านเคยเข้าใจ มีทั้งหมด 26 ข้อเป็นอย่างน้อยนะครับ

แท้จริงคำว่าพระบิดาเป็นคำราชาศัพท์ ในสังคมไทย อาจฟังไกลจากเรามาก เพราะประเพณี ของเรา ศัพท์ต่าง ๆ บ่งบอกถึงความแตกต่างห่างไกลกันมาก เช่น ชนชั้นสูงกับชาวบ้านแบบเราๆ ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ ไม่มีราชาศัพท์ ในคำว่าพ่อตรง ๆ เลยนะครับ ทำให้ฝรั่งเข้าใจพระเจ้าเป็นพ่อที่ใกล้ชิดดีกว่าเรา ผมจึงอยากบอกว่า ท่านลองเรียกพระเจ้า ว่าพ่อตรง ๆ เลย ท่านจะมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปกับการสนทนากับพระองค์

1. ไม่มีวันที่พ่อไม่รักลูก พระองค์ทรงรักความรักนิรันดร์ ( ยน. 3:16 )
2.พ่ออยากแสดงความรักอบอุ่นแก่เรา เพราะพระเยซูมาเพื่อสำแดงพ่อในสวรรค์ ( ยน. 16: 27)
3. พ่อ ชอบที่จะอยู่กับลูก ( ยน 14: 23)
4. พ่อ รักเรามากเท่าพระบุตร ( ยน 17: 23)
5.แม้ความผิดพลาด ไม่สมบูรณ์ไม่สามารถแยกเราจากความรักพ่อได้ ( โรม 8: 38-39)
6.แม้ลูกทำบาป พ่อยังคงเคียงข้างลูกพร้อมกับพระเยซูคริสต์ ( อฟ 2: 4-6)
7.ในยามต่ำต้อยมีบาดแผลพระองค์ทรงมองลูกสวยงามและชื่นชม ( สดดง 149: 4, ซลม 1:15-16)
8.พ่อดีต่อลูกเสมอและเต็มด้วยความหวังในลูก ( ยรม. 29: 11)
9.ความรักที่เรามีต่อพระองค์ทำให้พระองค์ยินดี มีความสุข ( ซลม 4: 10)
10.พระคริสต์ไม่ละอายในลูก และพ่อก็เช่นกัน ( ฮบ. 2:11 ,11: 16)
11.พ่อไม่จดจำบาปลูกอีกต่อไป ยกโทษหมดแล้ว ( ยรม. 31: 34)
12.ทรงเหยียบความบาป เหวี่ยงไปในทะเลลึก ( มีคาห์ 7: 19)
13.ทรงไถ่ลูกมาจากความมืดบาปแล้ว มาอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า ( คส 1:13-14,1ยน 1: 9)
14.พ่อเรียกเราว่าลูก ( ยน 1: 12)
15.ทรงเปรียบดังเป็นเพื่อน ( ยน 15: 15)
16. เปรียบเสมือนลูกไม่เคยทำบาป (รม.5: 1)
17 พ้นจากการกล่าวโทษ เป็นอิสระชั่วนิรันดร์ ( รม. 8:1-2 ) พระเจ้าไม่กล่าวโทษ
18.พ่ออยู่ฝ่ายลูกไม่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม ( รม. 8:31 )
19.ลูกจะพบพระกรุณาในเวลาที่เจ็บปวด ( ฮบ. 4:16 )
20.ความรักของพระองค์สมบูรณ์ขับไล่ความกลัวออกไป ( 1ยน. 4:18 )
21. พระเยซูมาช่วยไม่ใช่เพื่อพิพากษา (ยน. 12: 47)
22.พ่ออยากให้คะแนนเต็มด้วยความรักพระองค์ ( อฟ 3: 19)
23.พ่อพึงพอใจในลูกไม่ทอดทิ้งและอยากตอบสนองความต้องการทุกอย่างในชีวิต ( ลก. 15: 31)
24.ทรงให้ความครบบริบูรณ์ ( คน. 2:10 )
25.เติมด้วยฤทธิ์ ความรัก จิตสำนึกใหม่ให้เรา ( 2ทธ1: 7)

ลูกมีค่าต่อโลกนี้ คุณมีคุณค่ามาก
1) ลูกอยู่เพื่อฉายแสงแก่พระองค์ในโลก ( มธ 5: 13-14)
2) ลูกอยู่เพื่อจะเป็นพยานถึงพระองค์ในโลกนี้ ( กจ. 1:8 )
3) โลกนี้จะคืนดีกันกับพระองค์เพราะลูก (1คร. 9:18)
4) ลูกทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ ( ฟป 4: 13)

หัวใจพ่อ ตอน พ่อกับผู้มีสิทธิอำนาจที่สัมพันธ์กัน

หัวใจพ่อ ตอน พ่อกับผู้มีสิทธิอำนาจที่สัมพันธ์กัน

สวัสดีครับ ผมไม่ได้เขียนบล็อกมานานเลย เพราะช่วงหลังไปเตรียมตัวเขียน สคริปต์ เพื่อการสอน พระคัมภีร์ หรือถามตอบเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตทุกเช้า ในสถานีวิทยุออนไลน์ http://www.radio.james7.org/ เวลา 09.00-10.00 น .เดี๋ยวนี้ก็ลงตัวแล้ว มีดีเจจากสี่ภาค และ ครบถ้วน ส่วนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการเยียวยา ก็มีมากมาย ที่ต้องเขียน จะค่อย ๆ คุยกับพี่น้องไปตลอดนะครับ

วันนี้อยากจะคุยเรื่องหัวใจพ่อ หลายคนคงถามว่ามันเกี่ยวกับการเยียวยาอย่างไร ? แน่นอนครับ เพราะปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่การเลี้ยงดู การรับการสัมผัส คำพูดที่แสดงว่าเรามีตัวตนในบ้าน การมีสิทธิในการสำแดงตัวว่าเป็นลูกที่รักของพ่อ มันล้วนมีผลต่อเราเมื่อมาเชื่อพระเจ้า เพราะพ่อเป็น ตัวแทนสิทธิอำนาจในบ้านและชีวิตของเรา หากเราไม่เคยได้รับความรัก การสัมผัส การแสดงออก และการกระทำที่ถูกต้องจากพ่อ เมื่อเรามาเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นทั้งพระเจ้าและพ่อ เราอาจมีความสัมพันธ์ ในความเชื่อ และความวางใจในพระองค์ไม่สนิทใจ เช่น เมื่อเราถูกสอนว่าพระจ้าเป็นดังพ่อ พ่อรักเรามาก เราก็อาจจะงงว่ารักแบบไหน เพราะเราไม่เคยสัมผัสกับความรักสมบูรณ์ของคุณพ่อในโลกนี้เลย

เห็นหรือยังครับว่ามันเป็นอะไรที่เราคิดไม่ถึง และอาจรับความรักจากพระเจ้าหรือไม่ค่อยเชื่อใจในพระองค์เต็มที่ เพราะพ่อจะเหมือนพ่อของเราหรือเปล่า ลึก ๆ ในใจเราเคยมีประสบการณ์กับพ่อในโลกเป็นอีกแบบหนึ่ง

ปัญหาอีกอย่างที่เราอาจเจอ ท่านลองสังเกตตัวเองว่าท่านเคยมีปัญหากับผู้มีสิทธิอำนาจ ความกลัว ไม่ไว้วางใจหรือปฏิบัติต่อคนเหล่านี้แบบเคยมีความรู้สึกกับพ่อทางกายภาพไหม เพราะ หัวหน้างาน หรือโดยเฉพาะศิษยาภิบาลเป็นตัวแทนของสิทธิอำนาจ หรือพ่อฝ่ายวิญญาณ เลยทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ราบรื่นดีนัก

สุภาพสตรีบางคนอาจมีปัญหากับสามี เพราะเธอไม่เพียงเรียกร้องความเป็นสามี หลายครั้งเธอลืมตัว เรียกร้องสามีให้ทำบางสิ่งชดเชยให้เธอ ดังเป็นพ่อ สิ่งที่พ่อของเธอไม่เคยให้ ทำให้สามีก็ต้องทำงานหนักไปอีก

ขบวนการเยียวยามีง่าย ๆ ครับ สำหรับผมที่เยียวยามาหลายคน หนึ่ง ให้คน ๆ นั้นสารภาพบาปที่ได้โกรธ ขมขื่นต่อพ่อ สอง ให้เธอประกาศการยกโทษแก่คุณพ่อ ที่ได้กระทำบางสิ่งที่เธอหรือเขา ฝังใจเจ็บ และเราต้องเข้าใจนะครับ เพราะพ่อที่เป็นมนุษย์ ก็เป็นคน ๆ หนึ่ง มีข้อผิดพลาดได้

ส่วนที่สาม หาคนที่เป็นผู้ใหญ่ มีอายุ หรือศิษยาภิบาลอธิษฐานเผื่อ เป็นตัวแทนคุณพ่อในโลก ที่ทำผิด หรือละเมิดกับเขา จากนั้น เมื่อทำพันธกิจเสร็จ ผู้รับการทำพันธกิจก็ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากเป็นได้ กลับไปคืนนี้ทำความดีกับพ่อในฐานะที่เป็นลูกพระเจ้า เพื่อจะได้ไปดีมาดี ตามพระสัญญา