แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบำบัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบำบัด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

การบำบัดเยียวยามี หลายวิธี ตอนที่ 4 กุญแจ ที่จะนำสู่ การมีเสรีภาพ

การบำบัดเยียวยามี หลายวิธี ตอนที่ 4 กุญแจ ที่จะนำสู่ การมีเสรีภาพ

ปัญหาที่เราพบตั้งแต่เกิดจนถึงเวลานี้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ภูมิป้องกันด้านความแข็งแกร่งของจิตใจแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

บางคนต้องเอาเรื่องใหม่ คิดใหม่มาแทนความคิดเก่า อารมณ์เก่า ฟังดูง่าย ๆ แต่ บางคนก็ช่างยากเหลือเกิน
บางคน ต้อง กลับไประบายอารมณ์เก่า ๆ ในห้องน้ำ ที่บ้านกับตัวเอง หรือ ระบายโดยการเขียนๆๆ แล้วฉีกมันทิ้ง หรือหาเพื่อนสนิทสักคนที่เชื่อใจได้

บางคนหากมีความเข้าใจ คิดเป็น คิดได้หลายมุม เห็นพรและมุมมองของปัญหาที่ทำให้เราแข็งแกร่ง วันนี้เปลี่ยนเลย

บางคนก็ต้องช่วยเหลือแบบผสมผสาน หาความบันเทิง ชอปปิ้ง โทรศัทพ์หาเพื่อนคุย หาหนังสือดี ๆ อ่าน พบเพื่อนที่ผ่านประสบการณ์นี้มาก่อน และช่วยหนุนใจได้ก็ดีทีเดียว

แต่ หากพี่น้องบางคนไม่หาย อาการหนัก สำหรับผมใช้สามขั้นตอนครับ ในกลุ่มพันธกิจแม่น้ำจะใช้ขั้นตอนแรก คือ การเจิม จากนั้นก็แบบ Encounter (คือ นำอธิษฐานภาพรวม เผชิญหน้ากับพระเจ้า สารภาพ ประกาศตัดสัมพันธิ์ หรือการยกโทษ และหากยังไม่ดีก็ทำการอธิษฐานด้วยการเยียวยา หรือคนไทยเรียนว่าบำบัดภายใน (หมายความว่าคน ๆ นี้ ต้องมีราก ระดับลึกมาก เพราะทำแบบที่หนึ่งกับสองมาเป็นปีแต่ไม่ดีขึ้น )

แต่ตอนนี้อยากบอกเคล็ดลับสำคัญ สำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียน แต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสทั้งสามขบวนการ นั่นคือ ทำส่วนตัวก่อน คือการ ยกโทษ นำไปที่กางเขน และ สารภาพบาป พึ่งพระโลหิต และพระคำ ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต และสุดท้าย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ทรงช่วย ในการมีชีวิตใหม่

หนึ่ง การยกโทษ เมื่อท่านเผชิญกับเหตุการณ์ที่รับการทรงจำจากอดีตที่ผุดขึ้นมา หรือพึ่งเผชิญคำพูด ท่าทาง ที่สร้างอารมณ์ คุณเข้าไปที่ในห้องน้ำเลยครับ ระบายอารมณ์ ออกมาให้พระเจ้าฟัง จากนั้นประกาศการยกโทษ และนำคำพูด การกระทำของเขานั้นไปตรึงที่ไม้กางเขนของพระคริสต์เสียดีกว่า เพราะกางเขนเป็นที่รับความบาปทั้งหมดของมวลมนุษย์ เพราะท่านยกโทษให้เขา ก็เท่ากับท่านมีชัยชนะเหนือตัวเองและเขาได้ เพราะการกระทำของเขา ไม่สามารถมีอิทธิพลควบคุมท่านได้ครับ ทำบ่อย ๆ อย่าท้อ

สอง สารภาพบาป เพราะความโกรธ หรือปัญหาเจาะจงที่เราเจอนั้น ที่นำไปสู่ความขมขื่น และมันจะนำไปสู่การคิดร้าย อีกทั้งความโกรธ ความขมขื่น ปิดกั้นพระพร พระสัญญาจากพระเจ้า หลังจากประกาศการยกโทษแล้ว เราก็สารภาพบาปของเรา ขอพระโลหิตพระเยซูชำระใจเรา โลหิต พระองค์ลบล้างคำพูดต่าง ๆ จากสมอง ที่เราได้รับจากคนที่ทำร้ายเรา ทำบ่อย ๆ อย่าถอดใจก่อน ฤทธิ์อำนาจของพระองค์จะช่วยท่านผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์

สามพระคำ เอาของเก่าออกก็ต้องใส่ของใหม่เข้าไป เหมือนพระเยซูเล่าว่าผีถูกไล่จากบ้านไปแล้ว เราทำความสะอาด แต่ว่างเปล่าไม่ให้เจ้าของคนใหม่เข้ามาอยู่ ต่อมามันก็พาอีกสิบตัวเข้ามา เพราะเหมือนทำความสะอาดรอมันอยู่ ดังนั้นวินัยใหม่ คือ เอาพระคำสะสม เพื่อจะต่อสู้กับปัญหา คำพูด การกระทำของคนที่ละเมิดต่อเราครับ ง่าย ๆ ทำบ่อย ๆ
และอย่าลืมเพื่อนคริสเตียนที่เข็มแข็งกว่าเรา โทรคุย ติดต่อหนุนใจกันและกัน พลังแห่งความรักของเพื่อนดี ๆ จะทำให้เรารู้ว่ามีคนทำผิดกับเรา ก็มีคนที่รักเรามากมาย อย่าลืมพวกเขาครับ

สี่ วินัยในการดำเนินชีวิตใหม่ ท่านต้องเลือกที่จะ มีชีวิตใหม่ คิดแบบใหม่ อ่านหนังสือ วรรณกรรม เพลงที่ฟัง พบผู้ให้คำปรึกษา สม่ำเสมอ เลือกที่จะอยู่เปลี่ยน เพื่อจะชนะและรับการอธิษฐานทั้งแบบอวยพร ตัดความสัมพันธ์กับอดีต ยึดพระคำ รับการวางมืออธิษฐาน เจิม เพื่อจะได้รับการเยียวยา รื้อฟื้น การกลับใจ และหลงรักพระเยซูใหม่ การนมัสการส่วนตัว อธิษฐาน ในพระวิญญาณฯ ทั้งหมดเป็นเรื่องการตัดสินใจทั้งสิ้น

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 20 วินัยใหม่ พลังความคิด ตอนความรู้สู้ปัญญาไม่ได้

วินัยใหม่ พลังความคิด
ตอนความรู้สู้ปัญญาไม่ได้

ความคิดของเราก็เหมือนกล่องเปล่า ๆ เล็ก ๆ หากเราเอาทรายใส่ลงไปในกล่อง แล้วเทน้ำลงไปในกล่องทราย น้ำก็จะซึมลงและหายไป หากเราวางรากฐานโดยเอาดินเหนียวใส่ลงไปในกล่อง เวลาเอาน้ำเทลงไปมันก็จะจับตัวเป็นก้อน เอามานวดปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้ เพราะดินเหนียวจะทำปฎิกริยากับน้ำทำให้แข็งตัวเหมือนกัน หากเราเอากรวดใส่ในกล่องนั้น เวลาเทน้ำลงไปน้ำก็จะแยกกรวดกับน้ำไม่ผสมผสานกันได้ เพราะมันเป็นสะสารคนละชนิดกัน

หากความคิดเราเป็นทรายละเอียดอ่อน หากมีเรื่องราวอะไรที่ดีและไม่ดีมา มันก็ซึมเข้าไปในความคิดหมด เราก็รับไปหมด สุดท้ายก็วุ่นวาย แต่หากเราเอาดินเหนียวใส่ เมื่อเจอน้ำก็เกิดการผสมผสานกันปั้นเป็นรูปทรงอะไรสักอย่างก็ได้ หรือหากเป็นหินก็ต่างก็อยู่กันในกล่องแต่ไม่เกิดประโยชน์ออะไรเลย ต่างก็เป็นขยะที่รกสมองรกความคิดทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้เอง เราต้องมีฐานข้อมูลที่ดีใส่ลงไปในสมอง สิ่งนั้นก็คือความรู้และปัญญา (ดินเหนียว)

ความรู้ต่างกับปัญญาอย่างไร? หลายคนมีความรู้ท่องได้ อ่านแล้วมาหลายตำราหลายเล่ม หลายสัมนา รอบรู้หมด แต่คนมีปัญญาคือ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ ใช้ นำไปปฎิบัติได้อย่างช่ำชอง พลิกแพลงให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันและช่วยเหลือผู้อื่น คนมีความรู้อ้างอิงตำราต่าง ๆ ได้ แต่คนมีปัญญาประยุกต์วิธีการนำไปใช้ได้ ก็คือคนมีความรู้คือความฉลาดอยู่ที่สมอง แต่คนมีปัญญาคือคนมีความเฉลียวมีไหวพริบ อยู่ที่เซนส์และประสบการณ์

แต่ความรู้กับปัญญาต้องไปด้วยกัน บางคนมีปัญญาช่างคิด เก่งเรื่องคิด แต่ไม่มีฐานข้อมูลในเรื่องความรู้ ก็คิดได้ตามปัญญาแคบ ๆ บางคนมีความรู้มากแต่ไม่มีการใช้ปัญญา ก็ได้ใช้ความรู้อย่างแคบ ๆ เหมือนกัน สรุปคือเราจะมีปัญญามากแค่ไหนก็เท่ากับฐานความรู้มากด้วยครับ

เราจำเป็นต้องมีความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ความเข้าใจทางความเชื่อในชีวิตคริสเตียนที่ถูกต้อง ความรู้เรื่องพระเจ้า จริยธรรมจากพระคัมภีร์ไบเบิล ผ่านทางคำสอนของผู้นำคริสตจักรในวันอาทิตย์ ผ่านทางสื่อต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องที่ง่ายดาย จงแสวงหาเพราะอยู่ที่ใจของเราต่างหากจะหิวกระหายมากน้อยแค่ไหน เพราะในความคิดของเรา จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลความรู้ที่ถูกที่สุด คือ พระคำพระเจ้าครับ

“สภษ18: 15 ใจที่มีความคิดย่อมหาความรู้ และหูของปราชญ์แสวงความรู้.”

การแสวงหาปัญญาเพื่อความกระจ่าง ความเข้าใจในความรู้ หลายคนมีความรู้แต่ไม่มีปัญญา แล้วเราจะมีปัญญาได้อย่างไร

การมีปัญญาเกิดขึ้นจากการเอาความรู้ขยายความรู้เอาความรู้จากที่มีมาขยายความรู้จากอีกที่ที่รับ หรือจากการได้ฟังพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้ที่เคยทำปฎิบัติมาก่อน หรือเกิดจากประสบการณ์ของเราเอง ที่ได้พบ สะสมมาก ๆ ยิ่งขึ้น จนเกิดจากความเข้าใจ ดังนั้น เราจะให้ความรู้งอกงามจนเป็นปัญญาได้นั้น มีปัจจัยหลายทางครับ ส่วนสำคัญที่สุดคือการฟัง การได้ทำ และการได้เรียนจากผู้รู้ที่รู้มากกว่า

สภษ 14: 33 ปัญญาอาศัยอยู่ในความคิดของคนที่มีความเข้าใจแต่ปัญญานั้นไม่ประจักษ์ในใจของคนโง่

สภษ18: 2 คนโง่ไม่เพลิดเพลินในความเข้าใจ แต่เพลิดเพลินในการแสดงความคิดเห็นของตนเท่านั้น

เมื่อเรามีฐานข้อมูลทางความคิดแล้ว คือ ความรู้และปัญญา ตอนนี้เมื่อเราคิดอะไร ก็เป็นความคิดที่มาจากปัญญา เราก็จะมีความคิดที่ไร้ความสับสนวุ่นวาย ไร้ไวรัส ไร้ความมืด ความสกปรก และความไม่สงบ เพราะเรารู้ว่าอะไรคือพิษในความคิด อะไรคืออาหาร อะไรคือสิ่งที่ควรคิดเพื่อชัยชนะครับ