แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซาดิสม์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซาดิสม์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

โรคทรมานตัวเอง ตอน วิธีช่วย เหลือ คนเป็นโรค ทรมานตัวเอง masochism

โรคทรมานตัวเอง ตอน วิธีช่วย เหลือ คนเป็นโรค ทรมานตัวเอง masochism

พวกเราบางคนก็อาจเป็นโรคมาโซคิสม์ masochism โดยไม่รู้ตัว บางคนเป็นแบบอ่อน ๆ บางคนเป็นแบบอาการมาก ๆ และมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคชนิดนี้

ทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่ามาโซคิสซ์ คือ การทรมานตัวเอง แต่ซาดิสม์ เป็นการทรมานผู้อื่น ตอนนี้เราจะมาดูอาการว่าใครจะมีอ่อนหรือมาก เช่น บางคนชอบอ่านนิยายเศร้าสะเทือนใจ บางทีก็ลดความอ้วนอยู่นั่นแหล่ะ จนไม่รู้จะลดอะไรแล้ว หรือกินอาหารมาก ๆ ตามใจปากแล้วก็กลับมาทรมาน ลดอดอาหารแบบทรมานตัวเอง หรือบางคนไปหลงรัก ทำดีมาก ๆ ใฝ่ฝันกับคนบางคน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้รักเรา หรือจินตนาการ โกหกตัวเองไปวัน ๆ บางคนถูกหลอกไปเป็นเดือน ๆยังได้และก็รู้ว่าตัวเองโดนหลอก แต่ก็ยอมเจ็บปวดกับมัน (ผู้ป่วยหรือเธอมีความสุขกับอารมณ์ หรืออาการนี้นะครับลึกๆ) หรือบางคนรอโทรศัพท์จากผู้ป่วย หรือเธอรออีเมล์ รอให้เขามาเห็นใจ สงสาร และทั้งที่หลายครั้งก็รู้ว่าความจริงมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ยังฝัน ทรมานตัวเองแบบนั้น เพราะมันเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

สาเหตุของผู้เป็นโรคนี้ ส่วนใหญ่เป็นปมหรือบาดแผล มาตั้งแต่วัยเด็ก และระบบความคิดจิตใจ สร้างความคิดที่ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการของใคร เขาช่างไร้ค่าไม่สมควรรับสิ่งดีๆ และมักชอบที่จะคบอยู่กับคนที่ทำร้าย พูดร้าย ๆ กับเขา โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว

หากคนปกติ จะคิดว่ามันเสียทั้งเวลา เงิน อนาคต น่าจะอุทิศตัวถวาย เวลา อารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมดให้พระเจ้าดีกว่า รอการจัดเตรียมของพระเจ้าในสิ่งที่ดี ๆ จากพระองค์

วิธีช่วยเหลือคนเหล่านี้ เราต้องอธิบายว่ามันไม่ใช่ การทนทุกข์เพื่อพระเจ้า หรือการเสียสละ หรือรักเพื่อนบ้าน หรือเป็นการถูกเรียกมาเพื่อทนทุกข์เพื่อผู้อื่น แต่มันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ต้องรับการเยียวยา โดยมีขั้นตอน

ขั้นตอนที่หนึ่ง สอบถามว่าเป็นกรรมพันธุ์หรือเปล่า นำการอธิษฐานตัดความสัมพันธ์กับโรคนี้

ขั้นตอนที่สอง นำผู้ป่วยสารภาพบาปที่ทรมานตัวเอง ทำลายวิหารของพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้เราดูแลวิหารพระองค์ และไม่ใช่ทรมานร่างกายจิตใจตัวเองเช่นนี้

ขั้นตอนที่สาม อธิษฐาน ประกาศตัดความสัมพันธ์ คำปฎิญาณ คำสัญญา ที่ผูกมัดตัวผู้ป่วย หรือ รายชื่อบุคคลที่ผู้ป่วยยอมทรมานตังเอง เพื่อจะมีความสุขกับอารมณ์นั้น

ขั้นตอนที่สี่ให้ผู้ทำพันธกิจอธิษฐานปลดปล่อย โรคนี้ออกจากผู้ป่วย วิญญาณแห่งความโศกเศร้า ให้ออกไป

ขั้นตอนที่ห้านำอธิษฐานมอบชีวิตให้กับพระเจ้า เพราะพระองค์สร้างท่านมาเพื่อจะมีความสุขไม่ใช่ความเศร้า

ขั้นตอนที่หกสำคัญมากที่สุด สร้างวินัยใหม่ให้ผู้ป่วยหาหนังสือให้ผู้ป่วยอ่าน ที่เกี่ยวกับวีรบุรุษที่ประสบความสำเร็จ ฟังเพลงดี ๆ อย่าฟังเพลงเศร้า ๆ หรือโรแมนติก เพลงที่นำสู่อารมณ์ลุ่มลึกใน ความทรมาน หรืออย่าอ่านนิยายที่เกี่ยวกับความเจ็บปวดทรมาน

ตรงนี้ทางเว็บบล็อกเคยแนะนำ อันนี้ไปอ่านในหมวดดนตรีกับการเยียวยา
อ่านพระธรรม สุภาษิตมาก ๆ หรือพระธรรมเอเฟซัส ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า

ส่วนที่สำคัญให้ผู้ป่วยเลือกที่จะรักตัวเอง “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า ด้วยสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (ลก.10:27)

จำไว้รักตนเอง อาการโรคนี้รักเพื่อนบ้าน แต่กลับไม่รักตนเอง นัดพบและทำตามขั้นตอนหก ขั้นตอนบ่อย ๆ เพราะมันมีอาการมาตั้งแต่เกิด จะให้ทำครั้งเดียวหายไม่ได้ สำหรับบางราย จำเป็นต้องให้หมอช่วย เพราะอาการหนักจนนอนไม่หลับ ไม่อยากนอน เกินกำลังของเราเองก็ต้องปรึกษาหมอครับ

โรคทรมานตัวเอง ตอน คุณชอบทรมานจิตใจตัวเองหรือไม่?

โรคทรมานตัวเอง ตอน คุณชอบทรมานจิตใจตัวเองหรือไม่?

เดี๋ยวนี้ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเยียวยาตัวเองสัปดาห์ละบทครับ เพราะผมได้เขียน บล็อกอีกสามบล็อก โดยแบ่งหมวดชัดเจนไปเลย เช่น การเยียวยาตัวเอง คือ บล็อกนี้ และ แนวความคิดการสร้างผู้นำ ศตที่ 20 ของคริสเตียน อยู่ใน http://i-leadership.blogspot.com/ และการพัฒนาความคิด จิตวิญญาณก็อยู่ใน http://b-bettermind.blogspot.com/ ส่วนเรื่องของหนุ่มสาวในเรื่องความรัก ความเหงา และเพื่อน คู่ครอง การแก้ปัญหาความเหงา การเป็นเพื่อนตัวเอง สารพัด บทความ ที่เป็นเพื่อนทุกวัยอยู่ใน http://www.sharewisdoms.blogspot.com/ และผมยัง ได้เขียน บทความลงในเว็บเพื่อการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่สมดุลย์ ใน เว็บ http://www.james7.org/

ดังนั้น แต่ละสัปดาห์ผมก็จะเขียนลง 5 เว็บบล็อก บล็อกละหนึ่งถึงสองเรื่อง ตามแต่เวลาที่มีนะครับ เพราะปีนี้ผมรับงานเยอะจริง ๆ เดินทางมาก บางเรื่องเขียนบนเครื่องบิน หรือที่สนามบิน บางเรื่องเขียนตอนตีสามตีสี่ แล้วแต่เวลาจะสะดวก แต่ยังไรก็ขอขอบคุณเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทีมงานที่ช่วย ๆ กันสร้างสรรค์งานนี้ขึ้นมา

อยากหนุนใจ ให้ท่านคลิ๊กโฆษณา ครั้งเดียวก็พอนะครับ อ่านบ้างที่มีประโยชน์ เพื่อเครดิตของเว็บบล็อกที่เขียน และสมัครเป็นผู้ติดตาม เพื่อท่านก็จะได้รับบทความ ไปยังเมล์ของท่านเมื่อมีการ อัพเดททุกครั้ง แต่เมล์ของท่านต้องเป็น gmail, yahoo นะครับ

อีกอย่างหนึ่งผมอยากให้เราเป็นสังคมที่แบ่งปัน เพราะผมรู้มาว่าทุกท่านที่เป็นสมาชิกติดตามบล็อก ของเรา มาจากหลายจังหวัด หรือหลายคริสตจักร เราเปรียบเสมือนพี่น้องกันในอาณาจักรของพระเจ้า หากท่านมีข้อมูล ความรู้เพิ่มเติม ก็เขียนคอมเม้นท์ อธิบาย หรือเล่าประสบการณ์ในแต่ละเรื่องให้ผู้อื่นได้อ่าน อันนี้สำคัญมาก เรามาสร้างสังคัมแห่งการเยียวยาแก่กันและกันนะครับ

เอาละวันนี้จะคุยเรื่องโรคทรมานตัวเอง ในการให้คำปรึกษา สิ่งที่เห็นบ่อย ๆ มักจะเป็นเรื่องของคนบางคน ยอมทนทุกข์ และไม่ยอมที่จะหลุดออกจากความทุกข์นั้น แถมยังหมกมุ่นกับความคิดที่ทนทุกข์นั้น จนกลายเป็นความสุขที่ได้หมกมุ่นไปเลย

ผมจะเล่าเรื่องเด็กสาวคนหนึ่ง เธอพบว่าแฟนของเธอมีกิ๊ก หรือนอกใจเธอ และเธอก็ยินยอมที่จะรัก ชายคนรักต่อไป ทั้งที่ทรมานเจ็บปวด และความลับก็แตกบ่อย ๆ เพราะเธอจับได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอไปมีความสัมพันธ์กับหญิงคนอื่น แถมยังให้เธอรู้ และผู้ชายรู้ว่าเธอก็ยอมด้วย ทั้งที่อีกใจก็หวง ทุกข์ใจ แม้บางครั้งเธอก็จับได้คาหนังคาเขา แต่เธอก็ยังรู้สึกรักเขา แม้ต้องเจ็บปวด เมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มของเธอ มีนิสัยเจ้าชู้

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยพบคนประเภทนี้ ที่ยอมทนทุกข์ เพื่อจะรักและไม่ยอมที่จะปล่อยความทุกข์นั้นไป ท่านอาจแนะนำหลากหลายวิธี สุดท้ายคนนั้นก็เลือกกลับไปทางเดิม เหมือนกัน เมื่อฟังเรื่องราวแบบนี้ ผมจึงถามเธอว่า อยากเลิกไหม มีวิธีเด็ดขาด แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ รวมทั้งให้เหตุผล มากมายตามประสาผู้ให้คำปรึกษา แต่เธอกลับบอกว่าไม่อยากเลิก อยู่แบบนี้ก็มีความสุข เพราะรักเขา ไม่เป็นไรเธอยอมได้ แม้ต้องทนทุกข์แบบนี้

อาการของเด็กคนนี้เรียกว่าโรค มาโซคิสม์ masochism คือ ยิ่งรับความเจ็บปวดทรมาน แก่ตัวเอง มากเท่าไหร่ ยิ่งมีความสุข เหมือนบางคน ที่หลงรักหรือถูกปฎิเสธ หรือถูกทำให้เจ็บปวด ก็ยังคงปักใจที่จะรักและรอคอย ทั้งที่อีกฝ่ายอาจทำสิ่งที่แย่ ๆ ให้แก่ผู้ป่วยหรือเธอ แต่เธอก็ยินดีอยู่ในความทุกข์ แต่ในขณะเดียวกัน เธอมีความสุขที่ได้รัก ทนทุกข์เพื่อชายคนนั้น

สรุปอีกครั้ง ก็คือ ยิ่งเจ็บปวดยิ่งมีความสุข แต่ว่ามาโซคิสม์ Masochism เป็นอาการตรงข้ามกับซาดิสม์นะครับ เพราะซาดิสม์ sadism คืออาการที่มีความสุขเวลาเห็นคนอื่นเจ็บปวด