แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

หมวดการบำบัด - ตอนที่ 7:ค่านิยม หรือปรัชญา การดำเนินชีวิตที่ดี

อยากหว่านแต่สิ่งดีๆ ต้องมีค่านิยม หรือปรัชญา การดำเนินชีวิตที่ดี

“อย่าหลงเลย ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น” (กท.6:7) ไม่มีข้อยกเว้น กฎก็คือกฎ ถ้าเราหว่านสิ่งที่ดี เราก็จะได้เก็บเกี่ยวพระพร และถ้าเราหว่านความชั่วร้าย เราก็ต้องเก็บเกี่ยวความเจ็บปวด

หลายคนมักถามว่าทำไมเขาทำผิดต่อเรา แต่ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เราต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อเขาทำอะไรเรา นั่นมันก็เพราะมันเป็นการหว่าน ยังไม่เจริญเติบโต เขาเพิ่งหว่านเมล็ดลงไปในการกระทำ กว่าจะแตกกลายเป็นรากและเป็นต้น และต่อมาวันหนึ่งมันโตขึ้นเกิดผล ก็เป็นเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยวของเขาได้เช่นกัน

ดังนั้น เราต้องคำนึงว่ายามมีปัญหาเกิดขึ้น เราต้องถามว่านี่เป็นการเก็บเกี่ยวที่เราเคยหว่าน หรือเป็นการริด การทดสอบชีวิตที่อดทน เพื่อเกิดผลอันดี พิสูจน์ตัวจริงของเรา เหมือนทองจะถูกทดสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่ต้องทดสอบด้วยไฟ ในยามถูกทดสอบเรื่องปัญหา ความทุกข์ยากลำบากนั้น เราจะได้สารภาพบาป หรือขอบคุณพระเจ้า

แทนที่เราจะโทษคนอื่น เรามาสำรวจจิตใจและการกระทำของเราเองดีกว่า เพื่อป้องกันการโทษคนอื่น โดยไม่สำรวจว่าเราเคยหว่านอะไรลงไป เช่น เราเคยดูถูกเขาคนนั้น หรือไม่ช่วยเหลือ ยามเขายากลำบาก วันนี้เหตุการณ์คล้ายกันนี้เกิดขึ้นกับเรา เราก็ถูกกระทำเช่นนั้นเหมือนกัน ก็จะได้ขอบคุณในเหตุการณ์ตอนนี้ เพื่อจะได้เปลี่ยนท่าที กลับใจใหม่ และสารภาพบาปที่เราได้เคยได้ทำแบบนั้นไป จะได้รีบแก้ตัวใหม่ แบบนี้พระเจ้าทรงชอบและทรงอวยพรครับ หรือเราสำรวจจิตใจแล้วว่าเราไม่เคยทำผิดแบบนี้กับใคร ใช่ มันคือการทดสอบ

เราต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าการทดลองนำเราไปสู่การล้มลง แต่การทดสอบ ก็เพื่อจะเช็คสภาพ ความเชื่อ ความเป็นผู้ใหญ่ ความสามารถของเราจะเผชิญสิ่งนี้ได้หรือไม่ และขอให้ท่านผ่านการทดสอบนี้ให้ได้นะครับ

ค่านิยมใหม่ของเรา คือ ทำดี ไม่สนใจว่าเขาจะตอบแทนเราอย่างไร แต่เราจะทำดีต่อเขา เพราะเป็นนิสัยเป็นชีวิต เป็นค่านิยมของเรา เพราะเชื่อเชื่อกฎในการหว่าน ว่าหากเราหว่านสิ่งที่ดี แม้คนนั้นจะตอบแทนร้าย แต่พระเจ้าก็จะชดเชยให้แก่เรา ตอบแทนเรา เพราะเราทำดีให้พระเจ้า เพื่อพระเจ้า และพระองค์จะทรงตอบแทน ไม่ได้ทำดีเพราะเขา เท่านั้น
การทำดี เป็นค่านิยม การเริ่มก่อน การตอบแทนด้วยการดี การกระทำเหล่านี้ควรเป็นค่านิยมใหม่ของเราผู้เป็นคริสตชน เพราะไม่มีการหว่านใดไม่มีการเก็บเกี่ยว ดังนั้น เราจะเกี่ยวเก็บสิ่งดีหรือไม่ดีอยู่ที่การกระทำของเราในวันนี้ ครับ

หมวดการบำบัด - ตอนที่ 6:การหว่านและการเก็บเกี่ยว

การหว่านและการเก็บเกี่ยว

สิ่งที่เป็นผลของนิสัยทุกวันนี้ เพราะมันมีรากของมันเหมือนต้นไม้ เมื่อมีผล ย่อมบอกให้รู้ว่าต้นไม้นี้มีราก พระคริสต์ทรงสอน ต้นไม้ดีผลย่อมดี ต้นไม้เลว ผลก็เลวด้วย ยามเราพบปัญหา ต้องถามว่าพระเจ้าให้เราเก็บเกี่ยวผลที่เราเคยหว่าน จนเป็นรากและเป็นต้นสู่การเกิดผลที่เรากำลังรับหรือไม่

มีหญิงคนหนึ่งผู้เขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับการบำบัดเยียวยา จอช์ย เมย์เยออ์ เธอตั้งครรภ์ ปรากฎว่า ลูกคนที่สี่ คลอดลำบากเธอมีอาการอยากอาเจียน เวียนศรีษะ และคลอดด้วยความลำบากมาก วันหนึ่งเธอนอนที่โซฟาและอธิษฐานต่อพระเจ้า จนพระองค์สำแดงว่าเมื่อสองปีก่อนเธอตำหนินักเรียนเช้าวันอาทิตย์ที่ท้องว่าที่นักเรียนคนนี้ขาดเรียน ขาดเพราะไม่รักพระเจ้าแค่ท้องเท่านั้นเอง เรื่องอาการวิงเวียน ปวดหัวอยากอาเจียนก็เป็นแค่ข้ออ้าง แต่วันนี้เมื่อเธอท้อง สิ่งที่เธอเคยตำหนินักเรียนเช้าวันอาทิตย์ของเธอนั้นกลับมาสู่ตัวเธอเอง

ปัญหาทุกอย่างเกิดจากราก เมื่อมีราก จะส่งผลมาสามทาง
1) การละเมิดทางร่างกาย
2) การละะมิดทางอารมณ์
3) การละเมิดทางคำพูด

การแก้ที่ราก เราควรแก้ที่ราก ตัดรากทิ้ง แต่ไม่ใช่ตัดผล เพราะมันยังมีราก และมันก็ยังเกิดผลอออกมาอีก ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น มีเสี้ยนอยู่ในมือ คือ รากมันตำเรา และเราเจ็บคือ ผล เราต้องเราเสี้ยนออก ไม่ใช่แค่ใส่ยา แล้วก็จะหาย

เชื้อวัชพืชต้องตัดถอนต้นหญ้าวัชพืชออก แต่ไม่ใช่แค่ตัดหญ้าเท่านั้น เพราะแม้ตัดหญ้า แต่วัชพืชยังคงอยู่ต่อไป บางครั้งเราใส่ปุ๋ยเติมเข้าไป วัชพืชของเราก็เจริญขึ้น เช่น สิ่งที่พูด สิ่งที่คิด สิ่งที่เก็บเอามาไว้ในใจ (โดยการมอง ฟัง สถานที่ไป คนที่พูด)

การหว่านและเกี่ยว กท6:7 “ อย่าหลงเลย ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น”

การหว่านเก็บเกี่ยวเกิดขึ้นเป็นประจำและ เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นวันนี้ ว่าเราเลือกที่จะหว่านอะไร การหว่าน คำพูด หว่านการทำ หว่านความคิด เราก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งต่าง ๆ ในนั้น ตามที่เราหว่าน หากไม่อยากมีบาดแผล ก็อย่าหว่านสิ่งไม่ควรหว่าน ไม่อยากเก็บเกี่ยวสิ่งใด ก็อย่าหว่านสิ่งนั้น

เราควรหว่านสิ่งที่ดี
๐ ความมี คุณธรรม
๐ เชื่อฟัง เจ้านาย บิดามารดา สามี
๐ สะสมพระคำ คำสอนที่ดี ไว้ในใจ
๐ บริหาร ดูแล การเงิน เวลาดี ไม่เบียดเบียนใคร รู้จักอดออมสะสม ท่านจะเป็นคนให้ยืม ไม่ใช่ขอยืม


ชีวิตที่มีความบริสุทธ์ คือการแยกตัวจากสิ่งชั่วร้าย ผิดศีลธรรม จากการนินทาว่าร้าย คิดร้ายต่อผู้อื่น ชีวิตท่านจะเก็บเกี่ยว ความสงบ สันติสุข ความยินดี อย่างแน่นอน เพราะท่านมองโลกในแง่ความจริง ถูกต้อง พระเจ้ายุติธรรม เราจะมีความสุขกับกลุ่มคนที่เราอยู่ด้วย เพราะท่านคิดดี พูดดี ใจดี ท่านก็จะน่ารักในสายตาคนทั้งหลาย ไม่มีพิษไม่มีภัย ไม่มีอันตรายใด ๆ มาย่างกราย คนรอบข้างอยากปกป้อง อยากเข้าใกล้ เพราะท่านมีชีวิตที่ดี เพราะท่านหว่านสิ่งที่ดีแล้วครับ

หมวดการบำบัด - ตอนที่ 5:รากของบาดแผลจากการไม่ให้เกียรติบิดามารดา

รากของบาดแผลที่เกิดขึ้นมากที่สุดคือ
จากการไม่ให้เกียรติบิดามารดา


จากการให้คำปรึกษาและการสรุปที่มาของบาดแผลและความเจ็บปวดของคนเอเชีย ผมรู้สึกว่าปัญหาที่พบมากคือมาจากรากของบิดามารดา

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าบิดา-มารดาย่อมได้เกียรติในครอบครัวอยู่เสมอ และครอบครัวจะแข็งแรงนำสู่สังคมเข้มแข็ง สถาบันครอบครัว พระเจ้าทรงให้บิดา-มารดาเป็นผู้นำ ในตำแหน่งทรัพยากรในสังคม ใครทำลายครอบครัวคนนั้นทำลายตนเอง

ทุกศาสนา ทุกคำสอน ที่เราหลีกไม่ได้คื การให้เกีรยติแก่บิดามารดา โดยเฉพาะคริสตชน หลักการข้อแรกมาจากพระคัมภีร์เดิม หนึ่งเดียวในบัญญัติสิบประการที่มีพระสัญญาข้อหนึ่ง คือ "จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า .....เพื่อเจ้าจะมีชีวิตยืนนาน และเจ้าจะไปดีมาดีในแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า" (ฉธบ 5:16)

นี่เป็นหลักการที่เป็นความจริงอย่างยิ่ง ไม่ว่าในแง่มุมใดในชีวิตเรา ที่เราได้ให้เกียรติแก่บิดามารดาของเรา ในชีวิตส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา เพื่อเราจะไปดีมาดี

ทำไมเรื่องนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นสาเหตุของรากของบาดแผลครับ เพราะคำแช่งสาปไงครับ ทุกศาสนาสอนชัดว่าผู้ไม่ให้เกียรติบิดามารดา ไม่มีใครไปดีมาดีหรอกครับ และคนที่มีปัญหากับพ่อแม่จะมีความสุขอย่างไรได้ สิ่งที่ตามมา เช่น ความขมขื่น ความโกรธ เกลียด พ่อแม่ท่านอาจจะไม่ได้ทำผิด แต่เราเข้าใจผิด หรือเราทำตัวไม่ได้ให้เกียรติ ลบลู่ท่าน ไม่ดูแลท่าน

การให้เกียรติ คือ การเชื่อฟัง พยายามให้ความเคารพนับถือ รัก และให้อภัย พ่อแม่บางคนอาจไม่สมควรได้รับเกียรติ แต่พระเจ้า (ทุกศาสนา) ก็สอนให้เราพยายามด้วยความจริงใจ

๐ เราต้องเข้าใจก่อนว่า พ่อแม่ก็เป็นคนบาปเป็น มนุษย์ปุทุชนธรรดาคนหนึ่งไม่ใช่เหมือนนิยายบางเรื่อง หรือภาพยนต์บางเรื่องที่ฉายมุมดี ๆ สองชั่งโมงจบ ที่จะพูดแต่เรื่อง น่ารัก ๆ เท่านั้น

๐ พ่อแม่เราเอง ท่านเองอาจก็เคยประสบกับเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่า ที่ท่านทำกับเราก่อนเช่นกัน

๐ ดังนั้นเราให้เกียรติท่าน ไม่ใช่เพราะว่าท่านดีไม่ดี หรือสิ่งที่ท่านทำผิดพลาด จะกลายเป็นไม่พลาด เพราะเราต้องให้เกียรติ แต่เพราะพระเจ้าทรงสั่ง และสั่งเป็นกฎฝ่ายวิญญาณแก่เราว่า เพื่อเราจะได้ไปดี มีสุข และ หลักการนี้ก็เป็นจริงในทางกลับกันด้วยเช่นเดียวกัน และเป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยของเรา ไม่ว่าในแง่มุมใดในชีวิตของเรา ที่เราไม่สามารถหรือไม่ได้ให้เกียรติแก่บิดามารดาอย่างที่ลูกควรจะให้แก่พ่อแม่ ชีวิตของเราจะมีปัญหา

เมื่อมีคนมาขอคำปรึกษาจากเรา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องใด วิธีการรักษาของเราก็มักจะเหมือนกัน คือเราจะฟังรายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วเราจะสำรวจดูว่ามีส่วนใดในชีวิตของคนนั้นที่ไม่ได้ให้เกียรติแก่บิดาหรือมารดา หรือเขาตำหนิโทษบิดามารดาหรือไม่ ทั้งที่ เรื่องนั้น ๆ เป็นหน้าที่ของตนเอง หรือ บางคนขมขื่นชีวิตในปัจจุบัน เพราะโทษบิดามารดาที่ให้เขาเกิดมาเป็นแบบนี้

หลักการของพระเจ้าเป็นจริงแน่นอน เมื่อเราพรากจากกฎเกณฑ์พื้นฐานของพระเจ้า ความยุ่งยากก็จะเข้ามา ในวันนี้หากใครยังขมขื่น โกรธ น้อยใจ เรื่องหนึ่งเรื่องใดในแง่ของบิดามารดา ขอให้ท่านยกโทษให้อภัย หาโอกาสวันดี ๆ ไปเยี่ยม กราบ หรือเชิญท่าน พาท่านไปทานข้าว หากพ่อแม่ตายไปแล้ว ให้เราสารภาพยกโทษอภัยแก่ท่าน ที่ท่านอาจเคยทำผิดต่อเรา อย่าเก็บความขมขื่นนั้นไว้นาน จนทำลายชีวิตในปัจจุบันของเราครับ