วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Worship song - Revival, Robin Mark

Revival
Robin Mark




1. As sure as gold is precious and the honey's sweet
So You love this city and You love these streets
Every child out playing by their own front door
Every baby laying on the bedroom floor
Every dreamer dreaming in their dead-end job
Every driver driving through the rush hour mob

I feel it in my spirit; feel it in my bones
You're going to send revival, bring them all back home
I can hear that thunder in the distance
It's like a train on the edge of the town
I can feel the brooding of Your Spirit
Lay your burdens down
Lay your burdens down

2. From the preacher preaching when the well is dry
To the lost soul reaching for a higher high
From the young man working through his hopes and fears
To the widow walking through the veil of tears
Every man and woman; every old and young
Every father's daughter; every mother's son

I feel it in my spirit; feel it in my bones
You're going to send revival, bring them all back home
I can hear that thunder in the distance
It's like a train on the edge of the town
I can feel the brooding of Your Spirit
Lay your burdens down
Lay your burdens down

Chorus
Revive us, revive us
Revive us with Your fire

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Worship song - Offering, Paul Baloche

Offering
Paul Baloche




ตะวันไม่อาจบรรยาย ในความรักประเสริฐพระองค์ ความมืดมิอาจดำรงค์ หน้าพระพักตร์
The sun cannot compare to the glory of Your love
There is no shadow in Your Presence

คนบาปไม่อาจตระหนัก ยืนต่อหน้าที่พระบัลลังก์ องค์บริสุทธิ์ผู้เดียวแห่งสวรรค์
No mortal man would dare to stand before Your throne
Before the Holy One of Heaven

โดยโลหิตพระคริสต์ ชีวิตรับชำระด้วยเมตตา ข้าจึงมา
It's only by Your Blood and it's only through Your mercy, Lord, I come

Chorus
ข้านำการนมัสการถวายแด่กษัตรา ชนชาวโลกาไม่อาจ ร้องเพลงที่ข้าสรรเสริ
I bring an offering of worship to my King
No one on earth deserve the praises that I sing

พระคริสต์องค์เดียว ที่ทรงสมควรรับการเทิดทูน พระเจ้าข้าขอถวายเพียงแด่พระองค์
Jesus, may You receive the honor that You're due
O, Lord, I bring an offering to You

Worship song - Thank you lord, Don Moen

Thank you Lord - Don Moen



I come before you today
And there's just one thing that I want to say
Thank you Lord,Thank you Lord

For all you've given to me
For all the blessings I can not see
Thank you Lord,Thank you Lord

With a greatful heart, with a song of praise
with an outstreched arm, I will bless your name

Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord

For all you've done in my life
You took my darkness and gave me your light
Thank you Lord,Thank you Lord

You took my sin and my shame,
You took my sickness and healed all my pain
Thank you Lord,Thank you Lord

With a greatful heart, with a song of praise
with an outstreched arm, I will bless your name

Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord,I just want to thank you Lord

Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord,I just want to thank you Lord

KEY CHANGE
Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord,I just want to thank you Lord

Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord,I just want to thank you Lord
Thank you Lord

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Worship - When it's all been said and done



When it's all been said and done
Robin Mark

When it's all been said and done
There is just one thing that matters
Did I do my best to live for truth?
Did I live my life for you?

When it's all been said and done
All my treasures will mean nothing
Only what I have done
For love's rewards
Will stand the test of time

Lord, your mercy is so great
That you look beyond our weakness
That you found purest gold in miry clay
Turning sinners into saints

I will always sing your praise
Here on earth and in heaven after
For you've joined me at my true home
When it's all been said and done
You're my life when life is gone.

Worship - What the lord has done in me



What the Lord has done in me
Hill Song

Let the weak say, "I am strong"

Let the poor say, "I am rich"

Let the blind say, "I can see"

It's what the Lord has done in me



Let the weak say, "I am strong"

Let the poor say, "I am rich"

Let the blind say, "I can see"

It's what the Lord has done in me



Hosanna, hosanna

To the Lamb that was slain

Hosanna, hosanna

Jesus died and rose again



Hosanna, hosanna

To the Lamb that was slain

Hosanna, hosanna

Jesus died and rose again



To the river I will wade

There my sins are washed away

From the heavens' mercy streams

Of the Savior's love for me



I will rise from waters deep

Into the saving arms of God

I will sing salvation songs

Jesus Christ has set me free



Hosanna, hosanna

To the Lamb that was slain

Hosanna, hosanna

Jesus died and rose again



Hosanna, hosanna

To the Lamb that was slain

Hosanna, hosanna

Jesus died and rose again



Hosanna, hosanna

To the Lamb that was slain

Hosanna, hosanna

Jesus died and rose again



Let the weak say, "I am strong"

Let the poor say, "I am rich"

Let the blind say, "I can see"

It's what the Lord has done in me

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความเครียด

ความเครียด

ช่วงนี้ทางเว็บกำลังเริ่มสถานีวิทยุออนไลน์ โดยผมจะสอนตอน 09.00-10.00 น. และ บ่ายสี่โมงจะนำคำสอนเรื่องเกี่ยวกับการเยียวยามาเปิดให้ฟัง ท่านสามารถเข้ามาฟังได้ในสถานีวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมงของเรา เพื่อการพักผ่อนฝ่ายจิตวิญญาณครับ http://radio.james7.org/ ฝากท่านช่วยส่งข่าวต่อๆ กันไป และหากทางคริสตจักร หรือองค์กรของท่านต้องการประชาสัมพันธ์งานใดๆ ก็พิมพ์ในเว็บบอร์ด ฝากดีเจ ประชาสัมพันธ์ให้ได้เป็นระยะครับ

วันนี้จะมาคุยเรื่องอาการของความเครียด ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้แน่นอนใช่ไหมครับ ในพระธรรม 1พกษ19:4 "ข้าพระองค์อยากตาย" เป็นอาการของเอลียาห์ในตอนนี้ เมื่อได้ยินนางเยเซเบลประกาศว่า หากไม่ได้สังหารเอลียาห์ที่ได้ขัดผลประโยชน์ของนาง ในการที่เอลียาห์สังหารคนที่นางเลี้ยงดูไว้คือพวกพระบาอัล ทำให้นางเยเซเบลอับอายยิ่งนัก เพราะเอลียาห์กำลังจะรับผลที่เป็นศัตรูต่อความเชื่อของพระเจ้าชาวอิสราเอล เมื่อเอลียาห์ได้ยิน ท่านก็เครียด จนอยากจะตาย

แท้จริงเราแต่ละคนมีความสามารถรับต่อสถานการณ์ในความเครียดต่างกันไป บางคนอาจจะปั่นป่วนในท้อง บางคนอยากกรีดร้องออกมาดังๆ หรือตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก หรือระเบิดอารมณ์นั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว หรือบางคนเริ่มนอนไม่หลับ หรือบางคนไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยในยามเช้า

ความเครียดมาจากไหน
1.ความเครียดเกิดขึ้นมาจากหลายทาง ซึ่งอาจจะมาจากโดยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนคิดมาก หรือมีนิสัยคิดไปเอง

2.ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ถูกวางรากฐานมาไม่ดีนัก จากการเลี้ยงดู ถูกกดดัน เรียกร้อง ถูกเปรียบเทียบในวัย
เด็ก

3.บางคนเกิดความเครียด เพราะจากการทุ่มเท ผูกพันตัวเองกับงานหรือบางคน และนิสัยการกระทำของผู้นั้น เริ่มกดดันเรา

4.บางคนอาจไปรับผิดชอบบางอย่างที่ไม่ถนัด และเลี่ยงไม่ได้

5. เป็นไปได้อีกทางคือ สมาชิกในครอบครัวที่มีปัญหา ความขัดแย้งกันภายในครอบครัว

6. นิสัยขี้เกรงใจ หรือชอบรับอาสา เกินกำลัง ไม่กล้าปฎิเสธ เพราะกลัวเสียสัมพันธ์ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายครับ

วิธีแก้ไข ความเครียดเบื้องต้น

1. ต้องคิดอย่างสมเหตุสมผลว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีปัญหา บางอย่างเราแก้ได้ บางอย่างเราแก้ไม่ได้ พระเจ้าจะช่วยแก้ พระองค์ไม่ทิ้งเราแน่นอน

2. หาแรงหนุน การผ่อนคลาย เอาลมที่อัดใส่ในลูกโป่งใกล้จะแตกออก โดยการได้ขอคำปรึกษาและระบายกับใครสักคนที่รับความรู้สึกคุณได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะคำว่าเพื่อนเกิดขึ้นต้องใช้เวลา

3. รู้จักปฎิเสธบ้าง ผู้อื่นรวมถึงงานที่ตัวเองรู้สึกไม่พร้อมก็อย่ารับ และรู้ว่าต้องพอแค่ไหน

4. บุคลิคก็สำคัญ หากรู้ว่าเราเป็นคนเครียดง่าย คิดมาก ก็เลี่ยงงานหรือคนที่จะทำให้เราเครียด ง่าย

5. เมื่อเกิดอาการเครียด ให้เริ่มอธิษฐานลักษณะ ระบายความในใจต่อพระเจ้า แบบภาษาคนปกติ ตามอารมณ์ที่มีความกดดัน หรือหากท่านสามารถนมัสการได้ก็ร้องเพลงนมัสการ หรือหาเพลง สบาย ๆ ที่ตัวเองชอบฟัง

6. ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เปลี่ยนบรรยกาศบ้าง โดนเฉพาะพี่น้องคริสเตียน ในคริสตจักร
ฮีบรู 10:25-26 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว เมื่อเราได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว แต่เรายังขืนทำผิดอีก เครื่องบูชาลบบาปนั้นก็จะไม่มีเหลืออยู่เลย

7. หากเครียดเรื่องไหน อธิษฐานนำเรื่องนั้นไปตรึงที่กางเขนโดยความเชื่อ หรืออธิษฐานท่องภาวนา พระคำพระเจ้า ขอสันติสุขของพระองค์เข้ามาแทนที่ ท่านก็จะมีทางผ่อนคลายได้ระดับหนึ่ง

8. หากท่านแก้เบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น อาการของท่านหนัก อาจต้องรับการเยียวยาหาราก ที่ทำให้มีอาการหนักเช่นนี้ แล้วเราจะคุยกันในครั้งต่อไป ถึงสาเหตุระดับลึกของความเครียด พระเจ้าอวยพรครับ

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

เราจะเริ่มทำอย่างไรเมื่อได้ยินคำวิจารณ์

ประการแรก เราต้องทำความเข้าใจคำวิจารณ์ก่อน ไม่ใช่ใส่อารมณ์ในคำวิจารณ์นั้น หลักการก็คือ เอาความคิดด้วยเหตุด้วยผลมาก่อนอารมณ์ ทำความเข้าใจจุดประสงค์ของคำวิจารณ์นั้นว่าเพื่อให้เราปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้เรารู้สึกแย่ และดังที่ผมกล่าว แยกแยะคำตำหนิด้วยอคติกับคำวิจารณ์ เพราะคำวิจารณ์อาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้ได้พัฒนาขึ้นได้อีก เป็นโอกาสให้เราเข้าใจสถานการณ์ หรือมองภาพในมุมที่เรามองไม่เห็น

ประการที่สอง ขอความคิดเห็น การอธิบายจากผู้วิจารณ์ ว่าควรปรับปรุงอย่างไร แทนที่จะโกรธ หรือน้อยใจ โมโห ผู้วิจารณ์ เพื่อเขาจะได้ชี้แนะในจุดที่เรามองไม่เห็น แต่ว่าถ้าคำวิจารณ์นั้นมันไม่ใช่ตัวตนของท่านก็จงเป็นตัวของตัวเอง

ประการที่สาม ถามตัวเอง ทำไมเราจึงเจ็บปวด หมกมุ่นกับคำวิจารณ์นั้นมากเกินไป นั่นหมายถึงเราต้องมีรากบางอย่าง เช่น เราเป็นคนปกป้องตัวเองมากเกินไปไหม เราเป็นคนไม่ยุติธรรมไหม เพราะเราวิจารณ์ผู้อื่น แต่เรากลับยอมรับคำวิจารณ์ไม่ได้ หรือเรามีอคติกับผู้วิจารณ์หรือเปล่า ทั้งหมดเหล่านี้ ให้เราสารภาพบาป และประกาศออกเสียงเบา ๆ ขอปฎิเสธพฤติกรรมเหล่านี้ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ ช่วยให้กำลังที่จะอวยพรคนที่วิจารณ์เรา และสร้างวินัยใหม่ ให้ใจกว้าง ยอมรับ สร้างระบบความคิดใหม่ว่าเราต้องใจกว้าง เติบโต และรู้จักขอบคุณผู้วิจารณ์ และยิ่งหากท่านไม่ได้ยินคำวิจารณ์จากปากคนนั้นโดยตรง ลืมไปเลย เพราะจากการเล่าปากต่อปาก อาจมีความจริงเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เจ็บจุดไหน แก้วินัยในการคิดจุดนั้นครับ

ประการสุดท้าย สงบ อย่ารีบตอบโต้ หายใจเข้าออกลึก ๆ และขอบคุณพระเจ้า เพราะนั่นหมายความว่ามีคนสนใจ มองเห็นท่าน เห็นค่าในผลงาน การกระทำของท่าน แล้วมันเตะตา แตะใจเขา จึงมีคำวิจารณ์ กระตุ้นให้เขาคิด และห้ามตอบโต้ทั้งด้านคำพูด หรือการกระทำใด ๆ เพราะยิ่งท่านนิ่ง สงบ ความเจ็บปวดก็หายเร็ว ยิ่งท่านดิ้น ตอบโต้ บาดแผลก็จะมากยิ่งขึ้น และเจ็บมากขึ้น เรื่องไม่จบสักที จำไว้ว่า ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู พระเยซูไม่เคยทำผิดกับใครเลย ผ่านมาสองพันปี คนเราทุกวันยังวิจารณ์ปฏิเสธพระองค์เลยครับ