แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การอธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การอธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ - ตอนที่ 10 รู้จักใช้สิทธิ การระบายความในใจ

การอธิษฐาน เยียวยา ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
ตอน 10 รู้จักใช้สิทธิ การระบายความในใจ


คนไทยต่างกับชาติตะวันตก เมื่อเกิดการคิดขัดแย้งหรือถูกล้ำเส้น นิสัยคนเอเซียจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ไม่ยอมพูด หรือเมื่อใจปฎิเสธ ส่วนใหญ่จะเงียบ แต่เราจะขุ่นใจในตัวเอง เช่นเมื่อมีคนล้ำเส้น หรือพูดกับเราผิด ๆ เราก็ไม่พูดไม่บอก ไม่ใช้สิทธิบอกว่าเขาคิดหรือพูดถึงเราผิด เข้าใจเราผิด แต่เรากลับเงียบเก็บความอึดอัดนั้นไว้ และหลายครั้งเราไประบายๆๆๆ กับคนที่รู้สึกสนิทด้วย ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรงแบบไม่รู้ตัว แต่ว่ามันผิดคนครับ คน ๆ นั้นอาจเป็นภรรยา ลูก เพื่อน คนรักเรา แต่คนที่ละเมิดเรา ที่ควรรับรู้ เขากลับไม่ได้รับรู้เลย

ทั้งที่จริงควรใช้สิทธิตอนนั้นบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่เห็นด้วย หรือผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันล้ำเส้นนะครับ หรือกล้าพูดว่าคุณพูดรุนแรงเกินไปนะครับ แต่หากเราไม่สามรถทำได้ เราก็ควรหาใครที่สนิทสนมระบายบ้างด้วยความรู้สึกของเราออกมาดีกว่าเหมือนลูกโป่งที่เราถูกลมอัดรอมันแตก เพื่อมันจะไม่ไปเป็นรากขมขื่น ตามมายิ่งแย่กว่าเดิม

หลายครั้ง เราพยายามลืมสิ่งที่เจอ เพราะมีคนแย่งสิทธิของเราหรือปิดกั้นสิทธิของเรา ยามว่างหรือบางเวลาสิ่งที่มักจะแวบเข้ามาในใจของเรา คือ อารมณ์โกรธ จากนั้นที่อารมณ์นี้ก็จะรบกวน ความคิดจิตใจของเรา ผมอยากให้เราเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โกรธ รัก เกลียด กลัว อึดอัด ล้วนเป็นอารมณ์ทั้งสิ้นครับ มันแย่งพื้นที่ความสงบ ความสุข และล้ำเส้นในสิทธิของเรา เราก็จะเริ่มคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนัก ๆ หรือเรื่องเล็กน้อย แต่มันรบกวนมาก ๆ กลายเป็นความแค้น คิดทำอะไรบางอย่างออกมารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวต่อคนใกล้ชิดเรา

บางคนที่ล้ำเส้นในสิทธิของเรา หากเขามีหน้าที่การงาน หรือตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ที่เราแตะต้องใช้สิทธิไม่ได้ในการบอก พูด เราก็จะทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การนอนไม่หลับ คิดมาก ทานไม่ลง เพราะผะอืดผะอม หรือเราจะเอาอารมณ์นั้นไปลงกับคนที่อ่อนแอกว่าเรา และเขาผู้นั้นก็รับอารมณ์หรือลมในลูกโป่งที่อัดเต็มที่ หรือในความไม่สมบูรณ์ของเรา เราระบายไปอีกทอดหนึ่งสู่ลูกน้องหรือคนที่อ่อนแอกว่า แต่วันนี้ผมอยากให้ท่านหาคนสักคนที่เขาสามารถฟังท่านได้ ระบายความในใจของท่านได้ สักคนสองคน ที่เขาหวังดีและรักท่านจริง ๆ ครับ แต่หากท่านไม่มี ก็โดยพระเจ้าแหละครับ องค์สากลโลกคือ พระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านระบายแก่พระองค์ ผู้ทรงมารับความทุกข์ยากลำบากใจของคนทั้งโลก

สำหรับคริสเตียนคงเคยได้อ่านบทเพลงของกษัตริย์ดาวิด พระธรรมสดุดีครับ ท่านได้ถูกไล่ล่า ถูกด่า ถูกลูกทรยศ ทหารเอกทำตามใจเขาเอง ดาวิดผู้เป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างแรก คือ ระบายความในใจต่อพระเจ้าส่วนตัว ดีกว่าไปลงอารมณ์กับผู้อื่น พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ คุณจะพูด บ่น ระบายอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญู รู้ทุกอย่าง สถิตเหนือ กาลเวลาของมนุษย์ สถิตทุกที่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณเผชิญ พระองค์เข้าใจและรอคอยที่คุณจะเข้ามาหาพระองค์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ฮบ4: 16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ

กษัตริย์ทรงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกใส่ร้ายไล่ล่าและเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต ศัสตรูหมายปองพูดถากถาง ต่อว่าท่าน แต่ท่านบันทึกในพระธรรมสดุดี (สดุดี 42:4-5,8 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้า ด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้ากลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์และกลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า)

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ - ตอนที่ 9 เลือกการกลับใจ

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ตอน 9 เลือกการกลับใจ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการบำบัดเยียวยามีหลายสาขาหลายวิธีมาก ผมแนะแนวทางในทางคริสเตียนเพราะ แนวทางคริสเตียนมีความรอดจากบาป เพราะบาดแผล, คำแช่งสาปมาจากผลบาปด้วย และกระบวนการไม่ยาก เพราะมีฤทธิอำนาจและความรักจากพระเจ้าเข้ามาช่วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ส่งผลให้ระบบความคิด การตั้งโปรแกรมในใจตั้งแต่วัยเด็กหรือขณะเป็นผู้ไหญ่เกิดขึ้น เพราะการพัฒนาเกราะป้องกันการบาดเจ็บจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีส่งผลเสียก็มี

เรืองที่ต้องทำก่อน คือการตั้งใจอยากจะหายหรือการกลับใจใหม่จากอาการเหล่านี้ และอยากมีชีวิตที่มีเสรีภาพอิสระจากบาดแผลที่ผูกมัดตลอดและติดตามเรามาตั้งแต่เด็ก บางเรื่องครอบงำในจิตใจ หรือ คำแช่งสาปที่เกิดจากเราได้ทำไว้โดยไม่ได้จัดการกับมัน ทำให้พระพรหรือมรดกฝ่ายวิญญาณไม่ไหลมาเต็ม (คนไม่เป็นคริสเตียนอาจใช้คำว่ากรรมเวร หรือกรรมเก่าที่ได้ทำไว้ชาติปางก่อน หรือชาตินี้ตอนมีชีวิตอยู่) นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ คือ กลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าท้อที่จะเลือกวิถีชีวิตใหม่


ทำไมเราต้องเกลียดชังมัน เพราะมันทำให้เราไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพ หรือมีเสรีภาพ สันติสุข หรือสร้างบุคลิคที่ดีให้แก่เราในการทำงานและดำเนินร่วมกับผู้อื่น

การกลับใจใหม่เป็นพระสัญญาของพระคัมภีร์ไบเบิล และจะมีพระพรตามมา คือ เราจะได้รับการพักผ่อน การฟื้นใจ เรี่ยวแรงใหม่ กำลังใจใหม่ในการต่อสูต่อไปครับ (กจ) และพระเจ้าจะทรงโปรดยกโทษอภัยให้แก่เรา เพราะเราเลือกชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้นอย่าจมปลักกับขี้โคลนในอดีต จงสลัดมันออกและลุกขึ้นมา ชำระล้างใจใหม่ เริ่มอนาคตที่อยู่ในมือเราวันนี้ดีกว่าครับ

กจ3: 19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 11:วินัยใหม่กับพลัง ศรัทธา และการอธิษฐาน

วินัยใหม่กับพลัง ศรัทธา และการอธิษฐาน
พลังในตอนนี้ คือ พลังศรัทธาในศาสนา และในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรามีความสัมพันธ์จนเรารับความรัก ความมั่นคง สันติสุข อารมณ์มั่นคง มีกำลังใจ เพราะรู้ว้าเราไม่ได้เดินด้วยตัวลำพัง พลังที่ได้รับจากการภาวนา อธิษฐานทุกวัน อาจวันละสิบนาที หรือยามที่เราต้องการ ให้ความรัก ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ความเชื่อ ความศรัทธาไหลเข้ามาภายในตัวเรา และขับเคลื่อนออกไปสู่ผู้อื่น จนกลายเป็นพลังที่เกินบรรยาย เหนือมนุษย์จะเข้าใจ

พลังแห่งความเชื่อความศรัทธานี้เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ทุก ๆ คน มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีจริง มีหลายคนยอมเสียสละเงินทอง ครอบครัวเพื่อความศรัทธา แต่ทำไมไม่ให้ศรัทธาความเชื่อนั้นมาเป็นพลังกำลังใจในการดำเนินชีวิตแก่เราในรูปแบบความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเราเชื่อในพระเจ้า เราควรมีความสัมพันธ์กับพระองค์ผ่านการอธิษฐาน ทูลขอ อ้อนวอน

ยก 4:2 ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ

จงเอาศรัทธานั้นมาเป็นพลังในการต่อสู้ เพราะว่าเราไม่ได้มีศรัทธาหรือมีความเชื่อลม ๆ แล้ง ๆ แต่เราเชื่อศรัทธาในเรื่องที่คนศรัทธาทั้งโลก เอาศรัทธาความเชื่อเป็นพลังท้าทายดีกว่ายอมตาย สูญเสียในสภาพเช่นนี้ เพราะตายในความเชื่อดีกว่าตายพ่ายแพ้ในสภาพมีบาดแผล บาดเจ็บกลับไปสู่ชีวิตเก่าอีก

ด้วยเหตุนี้เอง ศรัทธา ความเชื่อ คือพลังมหาศาลในพระคัมภีร์ไบเบิล กล่าวว่า “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง โดยความเชื่อนี้เองคนในสมัยก่อนก็ได้รับการรับรองจากพระเจ้า”(ฮีบรู 11:1)

ศาสนาทุกศาสนามีความเชื่อที่เหมือนกันหมด คือ การอธิษฐาน และมนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีประสบการณ์ในการอธิษฐานมาแล้วในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง การอธิษฐานเป็นพลังเรียกสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น การอธิษฐานเป็นพลัง สร้างพลังให้เกิดอนุภาพยิ่งใหญ่ เกิดความกล้าหาญ เกิดความหวัง เกิดกำลังใจ เกิดความปราถนา และต้องการที่จะดำเนินชีวิตและต่อสู้ต่อไป

โดยเฉพาะความเชื่อของคริสตชน เรามีพระสัญญาจากพระคัมภีร์ไบเบิลว่า “จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน ท่านจะทูลขอสิ่งใดที่ท่านปราถนา ท่านก็จะได้สิ่งนั้น” ยน15:7

อีกตอนหนึ่ง ตอนนี้ท่านต้องการ มีความจำป็น ต้องการกำลังใจสิ่งใด ปัจจัยในการดำเนินชีวิต เพื่อไปสู่ชัยชนะล่ะครับ พระเจ้าทรงประทานกำลังให้ท่าน แน่นอนตามสัญญาไว้ตามพระวจนะ

แทนที่จะพรำบ่น ตำหนิ ต่อว่าตัวเอง หรือออกเสียงแห่งความท้อแท้ หันมาออกเสียงแห่งการร้องขอ การช่วยเหลือ จากพระเจ้า จากพระผู้สร้างดีกว่าครับ เพราะถ้าเราเชื่อ ทุกสิ่งก็เป็นไปได้ ไม่มีอะไรยากสำหรับพระผู้สร้างและไม่มีอะไรยากสำหรับพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นพระฉายาของพระเป็นเจ้าที่สร้างเรามา ทำไมเราจะมาท้อแท้ หยุดดับอนาคตที่สุกใสไว้แค่บาดแผล และความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ละครับ