แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลดปล่อยด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลดปล่อยด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ - ตอนที่ 9 เลือกการกลับใจ

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ตอน 9 เลือกการกลับใจ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการบำบัดเยียวยามีหลายสาขาหลายวิธีมาก ผมแนะแนวทางในทางคริสเตียนเพราะ แนวทางคริสเตียนมีความรอดจากบาป เพราะบาดแผล, คำแช่งสาปมาจากผลบาปด้วย และกระบวนการไม่ยาก เพราะมีฤทธิอำนาจและความรักจากพระเจ้าเข้ามาช่วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ส่งผลให้ระบบความคิด การตั้งโปรแกรมในใจตั้งแต่วัยเด็กหรือขณะเป็นผู้ไหญ่เกิดขึ้น เพราะการพัฒนาเกราะป้องกันการบาดเจ็บจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีส่งผลเสียก็มี

เรืองที่ต้องทำก่อน คือการตั้งใจอยากจะหายหรือการกลับใจใหม่จากอาการเหล่านี้ และอยากมีชีวิตที่มีเสรีภาพอิสระจากบาดแผลที่ผูกมัดตลอดและติดตามเรามาตั้งแต่เด็ก บางเรื่องครอบงำในจิตใจ หรือ คำแช่งสาปที่เกิดจากเราได้ทำไว้โดยไม่ได้จัดการกับมัน ทำให้พระพรหรือมรดกฝ่ายวิญญาณไม่ไหลมาเต็ม (คนไม่เป็นคริสเตียนอาจใช้คำว่ากรรมเวร หรือกรรมเก่าที่ได้ทำไว้ชาติปางก่อน หรือชาตินี้ตอนมีชีวิตอยู่) นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ คือ กลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าท้อที่จะเลือกวิถีชีวิตใหม่


ทำไมเราต้องเกลียดชังมัน เพราะมันทำให้เราไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพ หรือมีเสรีภาพ สันติสุข หรือสร้างบุคลิคที่ดีให้แก่เราในการทำงานและดำเนินร่วมกับผู้อื่น

การกลับใจใหม่เป็นพระสัญญาของพระคัมภีร์ไบเบิล และจะมีพระพรตามมา คือ เราจะได้รับการพักผ่อน การฟื้นใจ เรี่ยวแรงใหม่ กำลังใจใหม่ในการต่อสูต่อไปครับ (กจ) และพระเจ้าจะทรงโปรดยกโทษอภัยให้แก่เรา เพราะเราเลือกชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้นอย่าจมปลักกับขี้โคลนในอดีต จงสลัดมันออกและลุกขึ้นมา ชำระล้างใจใหม่ เริ่มอนาคตที่อยู่ในมือเราวันนี้ดีกว่าครับ

กจ3: 19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 5 ปลดปล่อยด้วยตัวเอง

การอธิษฐานบำบัดเยียวยาปลดปล่อยด้วยตัวเอง

ตอนการอธิษฐานวิธีปลุกจิตจิตวิญญาณหรือจิตสำนึกที่หลับ

ก) การแก้ก็คือ อธิษฐานปลุก พูดปลุกให้กับตัวเอง เลือกที่จะมีชีวิตที่ดี คำพูดดี ๆ ให้กำลังใจตัวเอง สำหรับบางคนอาจจะยาก ให้หาเพื่อนหรือผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณคอยให้กำลังใจ เราจะดูชีวิตดาวิดปลุกจิตวิญญาณของท่านเอง “จิตวิญญาณของข้าเอ๋ย จง ……..ลองดูใน สดุดี 103 ดูครับ” เยเรมีย์ก็ปลุกความทรงจำขณะที่กำลังท้อแท้หมดหวังจากบทเพลงคร่ำครวญว่า “ข้าพเจ้าหวนคิดถึงมาได้ว่า ความรักของพระเจ้าไม่เคยยั้งหยุด”

ข) ฝึกสัมผัสจากเพศเดียวกันด้วยการกอด สัมผัส จับมืออย่างเหมาะสม และให้กำลังใจ ระหว่างกันในครอบครัว ในกลุ่มของเราทุกครั้งที่มีการประชุมทุกสัปดาห์ เราจะสัมผัสอย่างเหมาะสมและสุภาพจากเพศเดียวกันด้วยความรัก เพราะเรารู้ว่านี่เป็นการแสดงความรักที่พวกเราขาดจากวัยเด็กในวัฒนธรรมเอเชีย เราจะสร้างบรรยากาศคำพูดที่เลี่ยงการตำหนิและการวิพากวิจารณ์ เพื่อผู้รับการเยียวยาจะได้พักจิตใจและได้รับกำลังใจจริง ๆ ท่านเองก็ทำได้ครับ

ค) ทำทุกวัน เราหลับจุดไหนข้อไหนก็ปลุกจุดนั้นอย่าเบื่อหน่ายและตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตใหม่ ครับ กลุ่ม สำคัญมากเพราะพลังของกลุ่มที่เชื่อและเข้าใจการเยียวยาด้วยคำอธิษฐานและบรรยากาศจะช่วยได้ดีทีเดียว

จากทั้งหมด 9 ข้อที่ผมกล่าวถึงนี้ บางครั้งเราพยายามให้ผู้ติดตามหรือผู้ที่เราดูแลมีประสบการณ์ในสิ่งที่เรามี แต่ถ้าหากว่าจิตวิญญาณ (หรือบางข้อความอาจใช้คำว่าจิตสำนึก) เขาหลับ เราอย่ารีบสรุปว่าเขาไม่รักพระเจ้าหรือไม่รักสิ่งดี ๆ เพราะเขาเองก็ทำได้เต็มที่แค่นี้ พันธกิจของเราคือต้องปลุกให้กำลังใจเพราะร่างกายเขาโต แต่จิตสำนึกบางด้านเขายังไม่โต หรือหากใช้ศัพท์คริสเตียนคือร่างกายเขาโตเพราะรับเชื่อมานาน แต่จิตวิญญาณของเขายังเป็นเด็กครับหรือยังหลับไหลอยู่เลย มันไม่ใช่เพราะเขาทำบาปหรือมีวิญญาณชั่ว หรือไม่อยากร้อนรน แต่เป็นการเลี้ยงดูในวัยเด็ก แต่ว่าฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าก็ยิ่งใหญ่ที่จะปลุกเรียกลาซาลัสให้ฟื้นจากความตายได้ พระองค์ก็จะทรงเรียกจิตวิญญาณของเขาได้เช่นกัน ขอให้อดทน