แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อธิษฐาน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 3 ความเชื่อสี่แบบ

การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง
ตอนความเชื่อสี่แบบในเรื่องจิตวิญญาณ

เพราะในความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณได้แบ่งกันเป็นสี่แบบ อยากจะกล่าวสั้น ๆ ดังนี้ แบบที่หนึ่ง เชื่อว่าจิตวิญญาณมนุษย์สัมพันธ์กับชาติปางก่อน ผีสาง ธรรมชาติ และการเชื่อมโยงในแต่ละชาติ แบบที่สอง แนววิทยาศาสตร์ คือ ไม่เชื่อว่ามีจิตวิญญาณ แบบที่สาม เชื่อว่าจิตวิญญาณคือจิตใจ หากจะให้จิตวิญญาณสะอาด ต้องดูแลจิตใจให้ดี เพราะจิตใจเป็นตัวเร้าในอบายมุขต่าง ๆ และความเชื่อแบบสุดท้าย เชื่อว่าจิตวิญญาณของมนุษย์มาจากการระบายลมปราณจากพระเจ้า

เมื่อจิตวิญญาณของมนุษย์มาจากพระเจ้าพวกเราจึงแสวงหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าทรงมอบให้มนุษย์ ครอบครองทุกสิ่ง เพราะมนุษย์เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง พระองค์จึงรักโลกนี้ที่เป็นคนที่มีชีวิตทุกคน และให้มนุษย์มีสิทธิอำนาจของพระองค์ในการดูแลโลก อยู่เหนือโลก ไม่ใช่อยู่ภายใต้อำนาจวัตถุที่สร้างขึ้นมา หรืออยู่ภายใต้ผีสางเทวดา พระองค์จึงส่งพระเยซูคริสต์มาช่วยไถ่ความบาปและนำมนุษย์คืนดีกับพระเจ้า เพื่อจะได้ กลับมาสู่สิทธิอำนาจนั้นอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งมีอำนาจเหนือผีสางเทวดา เหล่าวิญญาณชั่ว และโรคภัยไข้เจ็บ นั่นคือ

สิทธิทุกอย่างเป็นของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างและระบายลมปราณ (จิตวิญญาณได้กลับสู่สภาพเดิมที่พระเจ้าต้องการจากผลการไถ่ของพระเยซูคริสต์) แนวความเชื่อนี้คริสเตียนและยิวจะยึดมั่น คือ เป็นมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณ (สื่อสารสัมพันธ์กับพระเจ้าได้ ตายไปก็ไปอยู่กับพระเจ้า) ท่านรู้จักพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของจิตวิญญาณของท่านหรือยังครับ ส่วนร่างกายเป็นที่อยู่ของจิตวิญญานและจิตใจ และในส่วนของจิตใจมีหน้าที่สื่อความหมายของความคิดและอารมณ์ความรู้สึกครับ แต่หากจิตวิญญาณของเราหลับลงไปละ เราจะทำอย่างไร? เหมือนกับคนมีชีวิตแต่นอนหลับไม่สามารถรับอะไรได้ แน่นิ่งทั้งที่เขายังไม่ตาย จิตวิญญาณที่หลับก็เป็นเช่นนี้ คือ เขารู้จักพระเจ้ามีชีวิตนิรันดิ์ แต่ไม่สามารถทำงาน กระตือรือร้นในบางเรื่องได้ เราจะพูดในตอนต่อไปว่าจะปลุกให้ตื่นได้อย่างไร?

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 2 การอธิษฐานตัด

การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง
ตอน การอธิษฐานตัดคำแช่งสาปจากการหว่าน

หากท่านได้หว่านคำพูด คำตัดสิน คำพิพากษา หรือคำดูหมิ่นบิดามารดา หัวหน้างาน หรือผู้หนึ่งผู้ใด

ก) ให้ท่านสารภาพบาปขอการยกโทษจากพระเจ้าที่ได้หว่านสิ่งเหล่านั้นออกไป

ข) ขอให้ท่านประกาศยกเลิกคำพูดการกระทำเหล่านั้นที่ได้หว่านไป

ค) อธิษฐานอวยพรผู้ที่ท่านได้หว่านการกระทำที่ลบออกไป

ง) ขอพระเจ้ารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระองค์อีกครั้ง และรื้อฟื้นมรดกฝ่ายวิญญาณของเรา จุดนี้หลายท่านจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอการรื้อฟื้นมรดกฝ่ายวิญญาณ เพราะความบาปของเราเป็นอุปสรรคในการอวยพรจากพระเจ้า

จ) ถ้าเป็นไปได้ท่านควรโทรศัพท์ไปขอโทษ หากกรณีที่ท่านทำผิดต่อพี่น้องแบบชัด ๆ และสองฝ่ายอยู่ในสภาพที่ปีนเกลียวกัน เพื่อจะได้พี่น้องของท่านคืนมา แต่ในกรณีที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ชัดเจนว่าท่านทำผิดต่อเขา แต่ท่านเองรู้สึกฟ้องในใจก็ต้องใช้สติปัญญาให้มากในการจะโทรไปขอโทษ เพราะอีกฝ่ายหากไม่คิดอะไรแต่ท่านกลับคิด ถ้าหากทำสิ่งที่แนะนำไปจะทำให้ยิ่งมีปัญหาใหม่ตามมาก็ได้ ทางที่ดีหาทางรอจังหวะทำดีแก่ผู้ที่ท่านทำผิดต่อเขาดีกว่าอย่างเป็นธรรมชาติและใช้สติปัญญาให้มากที่สุด

(มัทธิว 5:23-25 “เหตุฉะนั้นถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว และระลึกขึ้นได้ว่าพี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน จงปรองดองกับคู่ความโดยเร็วในขณะที่พากันไปศาล เกลือกว่าคู่ความนั้นจะอายัดท่านไว้กับผู้พิพากษา แล้วผู้พิพากษาจะมอบท่านไว้กับผู้คุม และท่านจะต้องถูกขังไว้ในเรือนจำ”)

คำถามจะเกิดขึ้นเมื่อท่านถามว่า แล้วถ้าหากเขาทำผิดต่อท่านละ ทำไมพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงยอมให้เขาอยู่ดีมีสุขแต่ท่านต้องมารับการกระทำที่แย่ ๆ ของเขาคนนี้ ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ คนสนิท พี่น้องของเรา คำตอบก็คือเขาจะปฎิบัติต่อเราอย่างไรเป็นเรื่องของเขา แต่เรื่องของเราคือเราจะตอบแทนเขาด้วยความดี เพราะว่าพระเจ้าสอนว่าบำเหน็จจะเป็นของเรา และหากเราทำผิดพลาดพระเจ้าก็จะทรงยกโทษบาปผิดให้เราด้วยใจกว้างขวาง มัทธิว 6:12 “และขอทรงโปรด ยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น

เชื่อไหมว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักและทรงเมตตากรุณา ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาพระคุณยิ่งใหญ่ แต่ถ้าหากว่าผู้ใดไม่กลับใจจากการทำผิดหรือทำสิ่งไม่ถูกต้องต่อผู้อื่น พระองค์ก็จะไม่ทรงฟังคำอธิษฐานและสนใจเสียงของคนทำผิดเช่นกัน หากไม่กลับใจใหม่ สุภาษิต 28:9 “ถ้าผู้ใดไม่ฟังพระบัญญัติ แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง”

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 1 คำแช่งสาป

การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง
ตอน คำแช่งสาปและกรรมพันธุ์มีจริงหรือ

เราได้พูดถึงบาดแผลอาการบาดเจ็บทางจิตใจที่ต้องรับการเยียวยาและการปลดปล่อยจากการผูกมัด การเสพย์ติด การทรมานจากบางเรื่องในชีวิต และการปลุกจิตสำนึกที่หลับไปแล้ว ตอนนี้เราจะพูดถึงคำแช่งสาบและเรื่องกรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์มาจากไหน พวกเราคงเคยได้ยินใช่ไหมครับเวลาท่านซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตผู้ขายมักจะมีหน้าหนึ่งที่ถามเราว่าเรามีพ่อแม่เป็นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ หรือเปล่า เพื่อที่จะได้รู้ว่าโรคเหล่านี้มีผลต่อเราหรือไม่ สิ่งนี้จะมีผลต่อการซื้อขายประกันเหล่านั้นด้วย เพราะถ้าพ่อแม่เป็นหรือมีโรคเหล่านั้น การซื้อประกัน ราคา หรือประเภทหมวดหมู่ก็จะเปลี่ยนไป หรือเวลาที่เราไปโรงพยาบาลถ้าเรามีโรคหืดหอบหรือเบาหวาน ฯลฯ คุณหมอมักจะถามว่าพ่อแม่เราเป็นหรือเปล่า เพื่อจะได้สืบค้นหาวิธีรักษาตามขบวนการของแพทย์

คำแช่งสาปมีจริงหรือ ทุกศาสนามีความเชื่อเรื่องคำแช่งสาปมีหลายแขนงหลายแนว เช่น คำแช่งสาปจากปางก่อน คำแช่งสาปจากสิ่งที่เราได้ทำคือการหว่าน คำแช่งสาปจากคำสาบานหรือคำสัญญา หรือคำแช่งสาปจากพิธีกรรมที่เราได้เคยทำไว้แต่ลืมไปแล้ว

สำหรับคริสตชน ท่านอาจมีคำถามมีอยู่ว่ามีตอนไหนในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลพูดถึงคำแช่งสาบ เรามาพูดถึงอับราฮัม บรรพบุรุษแห่งความเชื่อของเราสักคน ท่านโกหกฟาโรห์ว่าภรรยาเป็นน้องสาว เพราะกลัวฟาโรห์จะฆ่าท่านหากบอกว่าเป็นภรรยาและถูกแย่งแช่งภรรยาไป ต่อมาลูกของท่านอิสฮัคก็โกหกเช่นกัน เรื่องเดียวกัน และหนักที่สุดคือยาโคบ เขาโกหกหลายเรื่องทีเดียว ยิ่งหนักว่า ยาโคบชื่อนี้แปลว่าขี้โกงครับ แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และทรงอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงชีวิตยาโคบ ผ่านการปล้ำสั้นที่เปนูเอล และชีวิตเขาเปลี่ยนใหม่ พระเจ้าทรงประทานชื่อใหม่ คือ อิสราเอล

มาดูอีกเรื่องหนึ่ง ครั้งหนึ่งผู้นำชาวอิสราเอลที่นำต่อจากโมเสสชื่อโยชูวา สมัยนั้นโยชูวาดัง เก่ง พระเจ้าพระยโฮวาห์ทรงสถิตกับท่าน ไปที่ไหนยึดเมืองที่นั่นและสำเร็จด้วยการอัศจรรย์ เรื่องนี้ดังไปถึงหูประชากรเล็ก ๆ ชื่อชาวกิเบโอน กลัวจะโดนโยชูวาโจมตีและยึด ด้วยเหตุนี้ชาวกิเบโอนจึงปลอมตัวมาขอความช่วยเหลือ เรื่องราวจบที่ว่าโยชูวาผู้นำของชาวอิสราเอลสัญญาว่าไม่ทำลายชาวกิเบโอน ต่อมากษัตริย์ซาอูลผู้นำรุ่นต่อไปไม่ชอบชาวกิเบโอน และคงลืมไปว่าผู้นำคนเดิมสัญญาว่าจะไม่ทำลายชาวกิเบโอน แต่ซาอูลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกิเบโอนไปเสียแล้ว ต่อมากษัตริย์ดาวิดผู้นำรุ่นต่อมามีปัญหากันดารอาหาร ภัยภิบัติเกิดขึ้น ดาวิดทูลถามพระเจ้า ซึ่งคำตอบคือ กษัติริย์ซาอูลไปทำผิดสัญญาเข้า ดาวิดจึงต้องเป็นตัวแทนผู้นำคนเดิมเพื่อขอการยกโทษที่มาจากพระเจ้า และ ชดใช้ชาวกิเบโอนตามที่พวกเขาเรียกร้อง
เรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องการเป็นตัวแทนอธิษฐานของดาวิดกับผู้นำคนเดิม และพระเจ้าทรงหยุดยั้งคำแช่งสาปให้เรื่องราวต่าง ๆ ได้สงบลง

คำแช่งสาปในมุมมองของพระคัมภีร์ไบเบิลนั้น พวกเราเชื่อว่าเมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว พระองค์ได้นำคำแช่งสาปของเราไปตรึงทำลายที่กางเขนเรียบร้อยแล้ว พวกเราที่เชื่อในพระเจ้าจะหลุดพ้นจากคำแช่งสาป จากโชคชะตาราศีหรือโชคลาภ และจากดวงชะตาที่มีโนโลกนี้ กท.3:13 “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา” (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่าทุกคนที่ต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง)

แล้วคำแช่งสาปยังมาจากไหนอีกละ ก็จากการที่เราไปสร้างขึ้นมาอีกและไม่กลับใจใหม่ไม่ได้จัดการกับมันซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นเรื่องบางเรื่องที่เราละเลยไม่จัดการให้เรียบร้อย มันจึงเป็นอุปสรรคต่อพระพรและพระสัญญาในการรับสิ่งดี ๆ ในชีวิตของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องจัดการกับมันครับ
ข่าวดี คือ ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้สอนวิธีการจัดการและมีพระสัญญาไว้ ที่จะตัดคำแช่งสาปออกจากชีวิตและตัดความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ เพื่อเราจะได้มีสุขภาพที่ดีและมีชัยชนะได้ ซึ่งเราจะพูดในบทต่อ ๆ ไป

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 12:วินัยใหม่กับพลังภายในตัวเรา

วินัยใหม่กับพลังภายในตัวเรา

เมื่อท่านรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ท่านก็มีสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า และสิทธิพิเศษที่ท่านได้รับคือ พระวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงสถิตย์ภายในท่าน

พระองค์ทรงทำอะไรล่ะ แน่นอนพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์มาในชีวิตของท่านโดยมีเป้าหมายจุดประสงค์เพื่อให้ท่านมีชีวิตที่มีชัยชนะ พระองค์จะช่วยท่านเมื่อท่านอ่อนกำลัง

“ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่า {หรือ ว่า} พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า” โรม 8:26-27

ทรงประทานกำลังและชัยชนะอยู่ภายในท่าน และเรียนรู้ที่จะเรียนบทเรียนทุกสถานการณ์ ในชีวิต เพื่อเราจะได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิต พระองค์จะไม่ให้เดินไปอย่างโดดเดี่ยวแน่นอนครับ

“ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:12-13

ตอนนี้อยู่ที่ตัวเราที่ต้องเลือกที่จะสู้ร่วมกับพระองค์ผู้เป็นกำลังใจ ผู้ให้พลังแก่เรา เพราะแม้พระองค์ประทานชัยชนะ ประกาศว่าจะช่วยแล้ว แต่เราเริ่มไม่สู้ ไม่ปล้ำสู้ ถ้อแท้ ถดถอย คำสัญญาต่าง ๆ ก็สูญเปล่า เราจึงอย่าปัดพลังอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้ในเรา และร่วมือกับพระองค์ ท่านก็จะสามารถผ่านอุปสรรค บาดแผล ความเจ็บปวดไปได้ครับ