แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยียวยาด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยียวยาด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ ุ8 การเลือกวินัยใหม่

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

ตอน 8 การเลือกวินัยใหม่

สิ่งที่ต้องทำต่อมา คือ วินัยใหม่ เราต้องเลือกชีวิตใหม่ที่จะไม่เดินแบบนี้อีก ทุกครั้งที่สี่หมวดใหญ่ ๆ นี้ปะทุขึ้นมา คือ จิตสำนึกที่หลับ บาดแผลจากการถูกกระทำ หรือเราสร้างขึ้นมา การผูกมัด บางเรื่องที่เราอ่อนแอและถูกมันครอบครอง สุดท้ายคำแช่งสาปที่เราได้หว่านขึ้นมาอีกในชีวิตประจำวัน อย่าท้อที่จะทำการอธิษฐานเมื่อมีอาการที่ไม่น่าพึงพอใจผุดขึ้นมาบ่อย ๆ เพราะบาดแผลทั้งหมดที่เราสะสมทำมาทั้งชีวิตในความเชื่อทางนิตินัย ตามพระสัญญาของพระเจ้า หากเราได้สารภาพบาปกลับใจใหม่ พระเจ้าทรงรักษาและให้อภัย แก่เรา แต่ในทางพฤตินัย เราควรตั้งใจสร้างการประพฤติใหม่ที่ไม่ตามใจนิสัยเก่าที่เคยทำมานานหลายปีครับ ดังนั้นวินัยจึงสำคัญ

สุภาษิต 4:13 จงยึดวินัยไว้และอย่าปล่อยไป จงระแวดระวังเธอไว้ เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า

เราต้องปล้ำสู้ เลือกที่จะเดินชีวิตใหม่ คิดแบบใหม่ พูดแบบใหม่ที่สมควรพูด เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบุคลิคภายนอกให้ดูดี เพราะหากเราพูดดี คิดดี สุขภาพจิตใจดี ก็คือชีวิตภายในดี มีพระวจนะพระเจ้าสั่งสอน ประกอบด้วยความรักของพระวิญญาณของพระเจ้า บุคลิกภายนอกก็จะเปลี่ยนไป

ท่านต้องเลือก จะมีชีวิตที่จบดี มีชีวิตเพื่อวันนี้ เราเลือกเกิดไม่ได้ เราอาจพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราพบกับบาดแผล แต่เราเลือกที่จะจบดี มีชีวิตที่ดีกว่าได้ เราต้องเลือกครับ และอดทนที่จะฝืนกับนิสัยที่ไม่ได้ทำใหม่ คิดใหม่ จนกลายเป็นธรรมชาติใหม่ของเรา และสำหรับคริสตชน เรามีสิ่งมีค่าที่อาศัยในสิ่งไม่มีค่าคือเรือนดินของเรา ในร่างกายนี้ คือองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่จะคอยให้สติปัญญา และช่วยเหลือเราขณะที่เราอ่อนกำลังด้วยครับ (รม 8:26-27)

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ ุ7 การอธิษฐานปลดปล่อยตัวเองจากการผูกมัด

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ตอน 7 การอธิษฐาน ปลดปล่อยตัวเองจากการผูกมัด

ระดับแรกการผูกมัดจากสิ่งรบกวนในสมองอารมณ์ คือ ระดับครอบงำ เช่น ท่านตื่นมาตอนเช้า มีความคิดของมาร หรือจิตสำนึกชั่วร้าย บอกว่าควรไปเที่ยวดีกว่าไปทำงาน หรือก่อนนอนใจหนึ่งบอกว่าควรอ่านพระคัมภีร์ อีกใจหนึ่งสิ่งครอบงำบอกว่าไปดูบอล มันต่อสู้กันจนท่านสับสนมาก

ระดับที่สอง คือ การครอบครอง ระดับนี้พ้นจากการคิดต่อสู้แล้ว เพราะท่านได้ลงมือทำ เช่น สามีบางคนยอมทะเลาะกับภรรยาเพื่อจะได้ดูฟุตบอลในคืนนั้น ระดับนี้คือลงมือทำไปแล้ว แม้ต้องลงทุน สูญเสียสิ่งที่ถูกต้องไป

ระดับที่สาม คือ ระดับควบคุมไม่ได้ เหมือนคนติดยา จะลงแดงตายถ้าไม่ได้ทำ มันมรมานมาก ระดับสามนี้ควรไปหาผู้ทำพันธกิจการปลดปล่อยเยียวยาครับ แต่ถ้าไม่มีให้ทำเองบ่อย ๆ วิธีจัดการคือ

1) อธิษฐานสารภาพบาปที่ได้ทะเลาะกับภรรยา และเลือกทำสิ่งที่ผิด

2) อธิษฐาน สั่งขับไล่ ………… ที่ท่านทำอยู่และตัดความสัมพันธ์กับสิ่งนั้นเรื่องนั้น นำไปที่กางเขนพระคริสต์

3) ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเยซูคริสต์ให้กำลังใหม่

4) หากรู้ว่าสู้ไม่ไหว โทรหาผู้นำฝ่ายวิญญาณของท่าน หรือเพื่อนคริสเตียนที่เข้มแข็งอธิษฐานร่วมกัน

(นมัสการส่วนตัว เพราะเป็นอาวุธที่ดีเยี่ยม ความหมายของการนมัสการของคริสเตียนคือ ร้องเพลงสวด ในความเข้าใจของผู้ไม่เป็นคริสเตียนครับ หากท่านมีซีดีเพลงนมัสการ เปิดและร้องตามได้ สำหรับคริสเตียน หากท่านอธิษฐานไม่เป็น สมาธิสั้น หรือไม่รู้จะอธิษฐานอย่างไร ไม่มีคำพูด หรือพูดได้สิบนาทีก็หมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะฟังเสียงพระเจ้าอย่างไร ตอนไหน ขอให้ท่าน เมลล์มา ที่ riverministry@gmail.com จะมีการนำอธิษฐานจริง ๆ และท่านอธิษฐานตาม ความยาว 45 นาที ฝึกทำตามจนเก่งทำเป็นครับ ค่าจัดส่ง 100บาท)

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ ุ6 การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง

การอธิษฐาน บำบัด เยียวยา ปลดปล่อย ด้วยตัวเอง
ตอน 6 การอธิษฐาน เยียวยาด้วยตัวเองจากการบาดเจ็บ

การบาดเจ็บจากคำพูด จากการกระทำ ด้านใดด้านหนึ่ง ที่มีผล คือ เมื่อได้ยินใครพูดคำพูดนี้ หรือเมื่อคิดถึง มีสิ่งเร้าให้หวนคิดถึง ท่านจะเกิดการเจ็บปวด ทรมาน ต่อสู้อย่างหนัก ไม่เหมือนคนอื่นที่เขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ หรือการกระทำที่ทำให้ท่านอาย วิธีการรักษาง่าย ๆ ครับ

ก) ระบายความอาย ความเจ็บปวดที่เรามีอยู่ มันอาจฝังในใจมานาน หรือขณะที่รบกวนเราเวลานี้ ที่รบกวนเราตลอดเวลาต่อพระเจ้า เพราะความอาย ความเจ็บปวดเป็นอารมณ์เหมือนน้ำหนองที่เราต้องบีบออกมา ไม่ให้มันอยู่นานจนเน่า แต่เราระบายกับพระเจ้า พระองค์ทรงเข้าใจ ถึงความอายและความเจ็บปวดของเรา ให้ท่านระบายเป็นคำพูดเหมือนลูกระบายกับพ่อ ไม่ต้องใช้ราชาศัพย์ หรือคำพูดยาก ๆ ใช้คำพูดง่าย ๆ

ข) สารภาพบาปในความโกรธ เกลียดที่เรามีต่อคนทำผิดกับเรา หรือสิ่งที่เราได้ทำไป ที่ไม่ควรทำและสิ่งที่ฟ้องในใจ เพราะเมื่อเรารับการทำร้ายด้วยการกระทำหรือคำพูดจากผู้กระทำกับเรา เราจะตอบโต้ด้วย วาจาหรือท่าทาง ซึ่งอาจไม่สมควร (เพราะคำพูดหรือท่าทางเหล่านั้นที่เขาทำกับท่าน ท่านจึงเกิดอาการออกมา นั่นแหละคือบาดแผลที่ท่านมีอยู่ เพราะสิ่งที่เขาทำเช่นนี้กับคนอื่นมันอาจไม่มีผลใด ๆ ก็ได้)

ค) อธิษฐานปฎิเสธการกระทำ หรือคำพูดนั้น ๆ ของผู้ที่ทำผิดต่อเรา และนำไปตรึงที่กางเขนของพระคริสต์ อย่าเก็บไว้ในใจของเรา

ง) อธิษฐานยกโทษให้อภัยผู้ที่ทำให้เรา

จ) ขอพระเจ้ารื้อฟื้นพระพร พระสัญญาของพระองค์อีกครั้ง เพราะควาขมขื่น ความเคียดแค้นของเรา ขัดขวางพระพรมรดกฝ่ายวิญญาณของเรา

ฉ) ทำบ่อย ๆ เลือกวิถีใหม่ อาการเดิมกลับมาก็ทำอีก และเลือกชีวิตใหม่ในพระพรดีกว่า

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 2 การอธิษฐานตัด

การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง
ตอน การอธิษฐานตัดคำแช่งสาปจากการหว่าน

หากท่านได้หว่านคำพูด คำตัดสิน คำพิพากษา หรือคำดูหมิ่นบิดามารดา หัวหน้างาน หรือผู้หนึ่งผู้ใด

ก) ให้ท่านสารภาพบาปขอการยกโทษจากพระเจ้าที่ได้หว่านสิ่งเหล่านั้นออกไป

ข) ขอให้ท่านประกาศยกเลิกคำพูดการกระทำเหล่านั้นที่ได้หว่านไป

ค) อธิษฐานอวยพรผู้ที่ท่านได้หว่านการกระทำที่ลบออกไป

ง) ขอพระเจ้ารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระองค์อีกครั้ง และรื้อฟื้นมรดกฝ่ายวิญญาณของเรา จุดนี้หลายท่านจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอการรื้อฟื้นมรดกฝ่ายวิญญาณ เพราะความบาปของเราเป็นอุปสรรคในการอวยพรจากพระเจ้า

จ) ถ้าเป็นไปได้ท่านควรโทรศัพท์ไปขอโทษ หากกรณีที่ท่านทำผิดต่อพี่น้องแบบชัด ๆ และสองฝ่ายอยู่ในสภาพที่ปีนเกลียวกัน เพื่อจะได้พี่น้องของท่านคืนมา แต่ในกรณีที่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ชัดเจนว่าท่านทำผิดต่อเขา แต่ท่านเองรู้สึกฟ้องในใจก็ต้องใช้สติปัญญาให้มากในการจะโทรไปขอโทษ เพราะอีกฝ่ายหากไม่คิดอะไรแต่ท่านกลับคิด ถ้าหากทำสิ่งที่แนะนำไปจะทำให้ยิ่งมีปัญหาใหม่ตามมาก็ได้ ทางที่ดีหาทางรอจังหวะทำดีแก่ผู้ที่ท่านทำผิดต่อเขาดีกว่าอย่างเป็นธรรมชาติและใช้สติปัญญาให้มากที่สุด

(มัทธิว 5:23-25 “เหตุฉะนั้นถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว และระลึกขึ้นได้ว่าพี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน จงปรองดองกับคู่ความโดยเร็วในขณะที่พากันไปศาล เกลือกว่าคู่ความนั้นจะอายัดท่านไว้กับผู้พิพากษา แล้วผู้พิพากษาจะมอบท่านไว้กับผู้คุม และท่านจะต้องถูกขังไว้ในเรือนจำ”)

คำถามจะเกิดขึ้นเมื่อท่านถามว่า แล้วถ้าหากเขาทำผิดต่อท่านละ ทำไมพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงยอมให้เขาอยู่ดีมีสุขแต่ท่านต้องมารับการกระทำที่แย่ ๆ ของเขาคนนี้ ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ คนสนิท พี่น้องของเรา คำตอบก็คือเขาจะปฎิบัติต่อเราอย่างไรเป็นเรื่องของเขา แต่เรื่องของเราคือเราจะตอบแทนเขาด้วยความดี เพราะว่าพระเจ้าสอนว่าบำเหน็จจะเป็นของเรา และหากเราทำผิดพลาดพระเจ้าก็จะทรงยกโทษบาปผิดให้เราด้วยใจกว้างขวาง มัทธิว 6:12 “และขอทรงโปรด ยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น

เชื่อไหมว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักและทรงเมตตากรุณา ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาพระคุณยิ่งใหญ่ แต่ถ้าหากว่าผู้ใดไม่กลับใจจากการทำผิดหรือทำสิ่งไม่ถูกต้องต่อผู้อื่น พระองค์ก็จะไม่ทรงฟังคำอธิษฐานและสนใจเสียงของคนทำผิดเช่นกัน หากไม่กลับใจใหม่ สุภาษิต 28:9 “ถ้าผู้ใดไม่ฟังพระบัญญัติ แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง”

หมวดการอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง - ตอนที่ 1 คำแช่งสาป

การอธิษฐานเยียวยาด้วยตัวเอง
ตอน คำแช่งสาปและกรรมพันธุ์มีจริงหรือ

เราได้พูดถึงบาดแผลอาการบาดเจ็บทางจิตใจที่ต้องรับการเยียวยาและการปลดปล่อยจากการผูกมัด การเสพย์ติด การทรมานจากบางเรื่องในชีวิต และการปลุกจิตสำนึกที่หลับไปแล้ว ตอนนี้เราจะพูดถึงคำแช่งสาบและเรื่องกรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์มาจากไหน พวกเราคงเคยได้ยินใช่ไหมครับเวลาท่านซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตผู้ขายมักจะมีหน้าหนึ่งที่ถามเราว่าเรามีพ่อแม่เป็นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ หรือเปล่า เพื่อที่จะได้รู้ว่าโรคเหล่านี้มีผลต่อเราหรือไม่ สิ่งนี้จะมีผลต่อการซื้อขายประกันเหล่านั้นด้วย เพราะถ้าพ่อแม่เป็นหรือมีโรคเหล่านั้น การซื้อประกัน ราคา หรือประเภทหมวดหมู่ก็จะเปลี่ยนไป หรือเวลาที่เราไปโรงพยาบาลถ้าเรามีโรคหืดหอบหรือเบาหวาน ฯลฯ คุณหมอมักจะถามว่าพ่อแม่เราเป็นหรือเปล่า เพื่อจะได้สืบค้นหาวิธีรักษาตามขบวนการของแพทย์

คำแช่งสาปมีจริงหรือ ทุกศาสนามีความเชื่อเรื่องคำแช่งสาปมีหลายแขนงหลายแนว เช่น คำแช่งสาปจากปางก่อน คำแช่งสาปจากสิ่งที่เราได้ทำคือการหว่าน คำแช่งสาปจากคำสาบานหรือคำสัญญา หรือคำแช่งสาปจากพิธีกรรมที่เราได้เคยทำไว้แต่ลืมไปแล้ว

สำหรับคริสตชน ท่านอาจมีคำถามมีอยู่ว่ามีตอนไหนในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลพูดถึงคำแช่งสาบ เรามาพูดถึงอับราฮัม บรรพบุรุษแห่งความเชื่อของเราสักคน ท่านโกหกฟาโรห์ว่าภรรยาเป็นน้องสาว เพราะกลัวฟาโรห์จะฆ่าท่านหากบอกว่าเป็นภรรยาและถูกแย่งแช่งภรรยาไป ต่อมาลูกของท่านอิสฮัคก็โกหกเช่นกัน เรื่องเดียวกัน และหนักที่สุดคือยาโคบ เขาโกหกหลายเรื่องทีเดียว ยิ่งหนักว่า ยาโคบชื่อนี้แปลว่าขี้โกงครับ แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และทรงอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนแปลงชีวิตยาโคบ ผ่านการปล้ำสั้นที่เปนูเอล และชีวิตเขาเปลี่ยนใหม่ พระเจ้าทรงประทานชื่อใหม่ คือ อิสราเอล

มาดูอีกเรื่องหนึ่ง ครั้งหนึ่งผู้นำชาวอิสราเอลที่นำต่อจากโมเสสชื่อโยชูวา สมัยนั้นโยชูวาดัง เก่ง พระเจ้าพระยโฮวาห์ทรงสถิตกับท่าน ไปที่ไหนยึดเมืองที่นั่นและสำเร็จด้วยการอัศจรรย์ เรื่องนี้ดังไปถึงหูประชากรเล็ก ๆ ชื่อชาวกิเบโอน กลัวจะโดนโยชูวาโจมตีและยึด ด้วยเหตุนี้ชาวกิเบโอนจึงปลอมตัวมาขอความช่วยเหลือ เรื่องราวจบที่ว่าโยชูวาผู้นำของชาวอิสราเอลสัญญาว่าไม่ทำลายชาวกิเบโอน ต่อมากษัตริย์ซาอูลผู้นำรุ่นต่อไปไม่ชอบชาวกิเบโอน และคงลืมไปว่าผู้นำคนเดิมสัญญาว่าจะไม่ทำลายชาวกิเบโอน แต่ซาอูลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกิเบโอนไปเสียแล้ว ต่อมากษัตริย์ดาวิดผู้นำรุ่นต่อมามีปัญหากันดารอาหาร ภัยภิบัติเกิดขึ้น ดาวิดทูลถามพระเจ้า ซึ่งคำตอบคือ กษัติริย์ซาอูลไปทำผิดสัญญาเข้า ดาวิดจึงต้องเป็นตัวแทนผู้นำคนเดิมเพื่อขอการยกโทษที่มาจากพระเจ้า และ ชดใช้ชาวกิเบโอนตามที่พวกเขาเรียกร้อง
เรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องการเป็นตัวแทนอธิษฐานของดาวิดกับผู้นำคนเดิม และพระเจ้าทรงหยุดยั้งคำแช่งสาปให้เรื่องราวต่าง ๆ ได้สงบลง

คำแช่งสาปในมุมมองของพระคัมภีร์ไบเบิลนั้น พวกเราเชื่อว่าเมื่อเราเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว พระองค์ได้นำคำแช่งสาปของเราไปตรึงทำลายที่กางเขนเรียบร้อยแล้ว พวกเราที่เชื่อในพระเจ้าจะหลุดพ้นจากคำแช่งสาป จากโชคชะตาราศีหรือโชคลาภ และจากดวงชะตาที่มีโนโลกนี้ กท.3:13 “พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา” (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่าทุกคนที่ต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง)

แล้วคำแช่งสาปยังมาจากไหนอีกละ ก็จากการที่เราไปสร้างขึ้นมาอีกและไม่กลับใจใหม่ไม่ได้จัดการกับมันซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นเรื่องบางเรื่องที่เราละเลยไม่จัดการให้เรียบร้อย มันจึงเป็นอุปสรรคต่อพระพรและพระสัญญาในการรับสิ่งดี ๆ ในชีวิตของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องจัดการกับมันครับ
ข่าวดี คือ ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้สอนวิธีการจัดการและมีพระสัญญาไว้ ที่จะตัดคำแช่งสาปออกจากชีวิตและตัดความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ เพื่อเราจะได้มีสุขภาพที่ดีและมีชัยชนะได้ ซึ่งเราจะพูดในบทต่อ ๆ ไป