วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 17 วินัยใหม่ พลังความคิด ตอนไวรัสทางความคิด

วินัยใหม่ พลังความคิด

ตอนไวรัสทางความคิด

ความสับสน เกิดขึ้นจากการไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไร ทำอย่างไร อะไรที่เป็นมาตฐาน ขอบเขตอยู่ที่ไหนตรงไหน ระดับไหนจะถือว่าถูก อยู่ที่ระดับไหนถือว่าผิด เอาอะไรเป็นมาตรฐาน ตอนนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

ประการแรก เราต้องมีฐานข้อมูลที่ถูกในความคิดและจิตใจของเราก่อน เหมือนคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมหลักเพื่อปฎิบัติการ และโปรแกรมป้องกัน เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์และไวรัส เมื่อเราใส่โปรแกรมผีที่มักซ่อนสปายแวร์หรือไวรัสเข้าไป มันจะฟ้อง ป้องกัน และไม่ยอมรับโปรแกรมเหล่านี้ให้เข้าไปทำงานในคอมพิวเตอร์ของเราได้ แล้วโปรแกรมหลักและโปรแกรมป้องกันนี้คืออะไร

“สภษ12:8 คนจะได้คำชมเชยตามสามัญสำนึกที่ดีของเขา แต่คนที่ความคิดตลบตะแลงก็เป็นที่ดูหมิ่น” พระวจนะตอนนี้สอนเราว่า สามัญสำนีกที่ดีนำสู่การประพฤติที่ดี แล้วหากประพฤติดีก็จะมีผู้ชมเชย จากผลการประพฤตินั้น การประพฤติที่ดีเกิดจากสามัญสำนึกที่ดีในชีวิต เราจะสร้างสามัญสำนึกที่ดีได้อย่างไร

มีสามทางครับ มีวิธีสร้างง่าย ๆ คือ เราต้องมีความคิดสว่าง คิด สะอาด คิดสงบ

คิดสว่าง คือ สิ่งที่ท่านคิดนั้น เมื่อท่านนำความนั้นมาเล่าในความสว่างใครก็รับได้ สามารถเอามาพูดแล้ว คนไม่สะดุด ไม่ตกใจ ไม่อับอาย ไม่ผิดต่อคุณความดี คุณธรรม ความสว่างคือความดี ความมืดคือความชั่ว สิ่งใดที่แอบทำในความมืด แอบคิดในความมืด หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ถือว่าคิดแบบคนมีความสว่าง

คิดสะอาด คือ คิดเรื่องสะอาดไม่สกปรก ลามก ไม่ผิดศีลธรรม หรือกฎหมาย คิดแล้ว ไม่ต้องมาสารภาพบาป หรือละอายใจทีหลัง เล่าให้ใครฟังก็ไม่ต้องกลัวว่าผู้คนจะดูถูกดูหมิ่นในความนี้

คิดสงบ คือ เรื่องที่คิดแล้วหากใครได้ยิน ใครรับฟังความคิดของเราแล้ว ก็เกิดความสงบ ไม่เดือดร้อนเป็นไฟให้เกิดความวุ่นวาย และที่สำคัญตัวเราคิดแล้วเราก็เกิดความสงบสุขในใจ เล่าเรื่องนี้แล้ว ทุกคนสบายใจ สงบสุข แบบนี้ต้องหาทาง และฝึกเรียนรู้ครับ

เห็นหรือยังครับ หากเรามีมาตฐานทางความคิดแล้ว อะไรที่กำลังคิด มันไม่สว่าง ไม่สะอาด ไม่สงบ เราก็ไม่คิด เราก็มีมาตรฐานเดียว ในการคิดก็จะง่าย ต่อการตัดสินใจ เลือกที่จะทิ้ง หลายต่อหลายเรื่องที่มันแวะมาเยี่ยมในสมองของเรา จำไว้ อย่ารับแขกแปลกหน้าที่ไม่ได้เชิญ ที่ไม่สว่าง ไม่สะอาด ไม่สงบ

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 16 วินัยใหม่ พลังความคิด

วินัยใหม่ พลังความคิด
ตอนการป้องกันความคิดสับสน

“สภษ 27: 19 ในน้ำ คนเห็นหน้าคนฉันใด ความคิดของคนก็ส่อคนฉันนั้น”

ขอให้สังเกตว่าเรามักจะเห็นคำว่า “ใจคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น” หรือ “เราคิดอย่างไร ใจก็เป็นอย่างนั้น” หรือคำว่า “คิดในใจ” หรืออีกคำ “ใจคิดอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น” สังเกตุ คำว่า ใจกับความคิดมักเชื่อมโยงติดกันเสมอ และโดยธรรมชาติของเราก็มักทำในสิ่งที่คิดไว้ในใจ

ใน ตอนนี้เราไม่มานั่งหาเหตุผลทางวิชาการหรือทางจิตวิทยาละครับในเรื่องความคิด กับใจ แต่เราจะมาคุยกันในเรื่อง การเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างใจกับความคิด และจะแก้ไขปัญญาที่เกิดขึ้นอย่างไร?

ผม จะยกตัวอย่างเพิ่มเติมอีกสักเรื่อง เช่น หากใจเราเกลียด ความคิดก็คิดเกลียดตาม หรือหากใจเรารัก เราก็คิดรักตาม แต่ทางกลับกัน หากเราคิดเกลียด ใจก็ปะทุอารมณ์อยากจะด่า ฆ่า ทำร้าย แต่หากความคิดจะรัก ใจของเราก็มีอารมณ์ร่วม รัก คิดหาทางทำอะไรบางอย่างเพื่อคนคนนั้น โดยวางแผนงานกับความคิดด้วยเช่นกัน

พลังความคิดสำคัญมาก หากความคิดสับสน ใจก็สับสน หากความคิดวุ่นวาย ใจก็วุ่นวาย และถ้าหากความคิดวิปริต ใจก็วิปริต ความคิดไม่เป็นระบบระเบียบ ใจก็ไม่เป็นระบบระเบียบ ความคิดไม่เป็นผู้ใหญ่ ใจก็ไม่โตเป็นผู้ไหญ่ หรือคำว่าใจไม่กว้างใจ ใจไม่มีเมตตาอารีย์

เรามาลองดู เมื่อตาของเรามองเห็นอะไร สักอย่าง จิตใจของเราก็อยาก ปราถนา และความคิดก็เริ่มวางแผนทันทีทันใด หรือเมื่อใจปราถนา เพราะสายตากวาดไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ต้องใจ ความคิดก็เริ่มวางแผนที่จะได้มา

หรือ เมื่อหูได้ยิน จิตใจ อารมณ์พาไป ความคิดก็เริ่มหาช่องทาง วิเคราะห์ หรือ เมื่อเราได้กลิ่นอาหาร ขนม อันโอชะ ใจปราถนาจะกิน ความคิดก็วางแผน หาทางที่จะได้ขนมนั้นมากิน

หากจะ หยุด ก็หยุดที่ ตา หู จมูก ปาก ที่จะรับรู้สิ่งรอบกายทั้งหมด แต่เราหยุดไม่ได้ นอกจากไปอยู่นอกโลก เพราะทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมที่มีการสื่อสาร เป็นตัวเร้าทุกสถาณการณ์ เราต้องหยุดที่ใจกับความคิด เพราะสองส่วนนี้มันอยู่ภายในเรา เพราะสองส่วนนี้จะทำงาน วางแผนร่วมกัน และเราก็มีอำนาจจะหยุดด้วย หากเรารู้วิธีการ เพื่อผลที่ตามมา คือเราจะสามารถหยุดมันที่จะพาเราไปสู่การชั่วก็ได้ หรือหยุดความคิดที่สับสน วุ่นวาย ขาดสันติสุขในชีวิต

ปัญหาใหญ่ที่สุดที่เรามีความคิดสับสนหาจุดสรุปไม่ได้ เราก็จะเป็นคนที่สื่อสารไม่รู้เรื่อง จัดลำดับสำคัญต่าง ๆในการทำงานไม่ได้ คิดสะเปะสะปะ ในการทำงาน ไม่สามารถทำงานใหญ่ที่ซับซ้อนกว่านี้ได้ และหากเราอยู่ในขบวนการบำบัด เราก็จะจมดิ่งลงไปในวิถีชีวิตเดิมอีก เพราะปัญหาอยู่ที่เรา คือ ความคิดและจิตใจ ที่ไม่มีระบบและไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งยังสับสนครับ

อยาก จะยกตัวอย่าง สมมุติว่าทั้งความคิดและจิตใจเป็นคอมพิวเตอร์ และมีไวรัสเข้าไปเยอะ ๆ (ไวรัสคือ สิ่งที่ไม่สว่าง ไม่สะอาด ไม่สงบ ) และเอกสารภายในคอมพิวเตอร์ของเรา แบ่งไม่เป็นหมวดหมู่ เช่นไฟล์เกี่ยวกับเสียง ภาพ อักษร ผสมปนเปไปหมด ไม่มีการจัดให้เรียบร้อย และไม่มีการแสกนไวรัส ไม่มีการจัดหมวดหมู่เอกสาร) ต่อมาไวรัสก็กัดกินสมองกลของเราและจิตใจ จนเครื่องพัง ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ สมองกลนี้ทำงานได้แต่งานเล็ก ๆ อย่าเพิ่งพูดถึงงานใหญ่ ๆ บางเครื่องจะเปิดเครื่องยังไม่ได้เลย

แต่หากไม่มีไวรัส ความชั่วร้าย มารเข้ามาแทรกแทรงเพราะมีระบบป้องกันอย่างดี และการจัดระบบจิตสำนึกดีชั่วทำงานปกติ โดยมีพระคำพระเจ้าเป็นตัวป้องกัน เจ้าของเครื่องจัดเอกสาร เป็นหมวดหมู่ ระบบสมองกลของความคิดของเราก็จะไม่รวนสับสน ครับ แล้วอะไรคือไวรัสล่ะ ก็ความคิดที่ไม่สว่าง ไม่สะอาด ไม่สงบ ไม่รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

หมวดเนื้อเพลงหนุนใจ-พักพิงในพระเจ้า


โหลดเพลงใหม่, หา code เพลง hi5

พักพิงในพระเจ้า/Rest in the Lord

เมื่อทะเลต้องพบมรสุมแปรปรวน
As when the sea encounter storm tempest

ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนั้น
Moments in lives could just be so

ยามทุกข์เจียนตายดุจดั่งโดนคลื่นซัดสาด
Great tidal wave beat pain right to the core

ขาดที่กำบังไร้ที่พักพิง
No refuge no rest evermore

แต่อย่าลืมว่าพระองค์เฝ้าดูเราอยู่
Let's not forget the Lord is watching you

พร้อมที่จะชูใจที่อ่อนแรงระอา
Ready to heal your broken heart

อย่าหันไปจากพระพักตร์ที่แสนเมตตา
Do not waver from His loving presence

มอบชีวิตให้พระองค์นำพา
Surrender your life to Him

พักพิงในพระเจ้า พักพิงในพระองค์
Rest in the Lord, Rest your soul in Him

พระทรงเป็นศิลามั่นคง
Strong refuge and fortress is He

พระองค์เป็นพระเจ้า พลังความรอดบาป
He is our Lord, salvation and power

ทรงเป็นโล่เป็นกำบังที่เข้มแข็ง
He's a shield, a stronghold so true

ต่อไปนี้ฉันจะไม่ ต่อสู้เพียงลำพัง
From now on, I will not face my foes all alone

เพราะพระองค์ผู้ทรงมีชัย เหนือความตายความบาป
'Cos the Lord who hold victory o'er death and sin

ทรงเดินไปเคียงข้างฉัน
Has now journeyed with me

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 15:วินัยใหม่ พลังกลุ่ม

วินัยใหม่ พลังกลุ่ม

พยายามอย่าอยู่คนเดียว ท่านที่ไม่สามารถควบคุมความคิดได้ การอยู่คนเดียวจะเป็นอันตรายได้ ท่านควร มีกลุ่มสามัคคีธรรมที่คอยเอาใจใส่ รายงานกันและกัน ในการเลี้ยงดูจิตวิญญาณและจิตใจ สองคนดีกว่าคนเดียวครับ งานบำบัดเยียวยาเป็นเรื่องของพระกายร่วมกัน เราไม่สามารถดำเนินชีวิตโดดเดี่ยวได้ โดยไม่มีเพื่อน ๆ คอยให้กำลังใจและหนุนใจตักเตือนได้ เพราะชีวิตก็เหมือนอวัยวะที่ต้องประสานและปกป้องดูแลกันและกันครับ

เพราะพระคริสต์ทรงสัญญา สองคนในโลกอยู่ที่ไหนพระองค์จะทรงสถิตอยู่ที่นั่น และคริสตจักร (ผู้เชื่ออยู่ร่วมกัน) อนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะอนุญาตในสวรรค์ พระพรของพระเจ้ากล่าวไว้ว่า ดูเถิดพี่น้องที่อยู่ที่แห่งเดียวกัน พระองค์จะทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น (สดด133)

สองคนดีกว่าคนเดียว และเชือกสามเกลียวย่อมผูกพันธ์กันแน่น อย่าขาดการบังคับตัวเอง เข้ากลุ่มกับคนที่มีความเชื่อเดียวและความรัก รู้จักรายงานรับผิดชอบซึ่งกันและกันด้วยครับ

มธ 18:19 เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่าถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกัน ขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้

ฮบ10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 14:วินัยใหม่ พลังภายในเราเอง

วินัยใหม่ พลังภายในเราเอง

เราเองต้องปล้ำสู้ อดทน เชื่อเรื่องการอดเปรี้ยวกินหวาน ดูตัวอย่างพระคริสต์ที่กางเขน
แม้พระองค์ต้องทนต่อการดูถูก แต่ทรงทนอับอาย จากนั้นที่กางเขน ทรงสำเร็จการกิจ เรื่องการรับแบกบาปของคนทั้งโลกได้

การรับการเยียวยาแล้วสารภาพกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ มารก็จะรอจังหวะ โอกาสกลับมาแสดงอาการเขย่ามุมของมัน แหย่เราเป็นระยะ เพื่อมาแย่งการครอบครองมุมนั้นกลับคืนไป

เราควรปฎิเสธขับไล่มัน แม้มันจะทดลองด้วยปัญหาเดิมอีก ก็อย่าท้อ แต่ถ้าหากเรายอมง่าย ๆ มันก็จะกลับมาครอบครองถิ่นเดิมของมันอีก แต่หากว่าเราต่อสู้ไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะเลิกไปเอง เพราะมันรู้ว่าเรากลับใจใหม่ จริง ๆ แล้ว นี่เองคืออาวุธแห่งการกลับใจ

สำคัญมากจริง ๆ ไม่เพียงแต่กลับใจ แต่อย่าให้อาหารแก่มัน เปิดจุดอ่อนด้านวัตถุ อุปกรณ์ สถานที่ สิ่งที่เร้าอารมณ์ เพลง หนัง นิยายที่ได้ยินได้อ่าน เราต้องปิดทุกประตู

หากเราตั้งสติและมีชัยชนะมากขึ้นตามลำดับ แม้อาจพลาดบ้าง ล้มลง โลหิตพระคริสต์ทรงช่วยได้

“ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” 1ยน1:9

ท่านเริ่มต้นใหม่ กลับใจใหม่อีก พระเจ้าก็ทรงต้อนรับท่านเสมอ

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 13:วินัยใหม่ พลังแห่งถ้อยคำ

วินัยใหม่ พลังแห่งถ้อยคำ

วรรณกรรมที่ดี ชีวประวัติบุคคลที่ท้าทาย คำสอนของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้สำคัญมาก สำหรับผู้ที่อยู่ในขบวนการรับการเยียวยา เพราะมันเหมือนยา อาหารที่เสริมพลังให้มีกำลังในการต่อสู้กับบาดแผล ปัญหาทางด้านอารมณ์และความคิด

คำสอนที่ดีที่สุดคือพระคัมภีร์ไบเบิล เพราะเป็นถ้อยคำที่มีชีวิตและความจริง พิสูจน์ได้ สั่งสอน คนมามากมายทุกยุคทุกสมัยและทุกชนชั้น พระคัมภีร์มีถ้อยคำที่ท้าทายให้ชีวิตกำลังใจแก่ท่าน ให้ท่านได้มีความอดทนและต่อสู้และมีแบบอย่างชีวิตจริงในนั้นให้เราสัมผัสและอ่านได้ มีคำสัญญาที่ท่องได้ เช่น 1ยน4:4 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย ท่านเป็นฝ่ายพระเจ้าและได้ชนะเขาเหล่านั้น เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก”

พระเจ้าอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลกนี้ หรือปัญหาใด ๆ ซึ่งเป็นข้อความท้าทายเราให้สู้ และรู้ว่ามีผู้อยู่ในเราเคียงข้างเรา

การสะสมพระคำจึงมีประโยชน์ เป็นอาวุธ เป็นพระแสง ดาบต่อสู้กับพญามารที่เอาปัญหาต่าง ๆ ทุกรูปแบบเข้ามาในชีวิต ความคิด จิตใจ อารมณ์ของเรา เราต้องการถ้อยคำแห่งการหนุนใจ ความรัก ห่วงใย ท้าทาย ชีวิตเราอยู่เสมอ เพื่อความเจริญเติบโตของชีวิตของเรา

หมวดการบำบัด-ตอนที่ 12:วินัยใหม่กับพลังภายในตัวเรา

วินัยใหม่กับพลังภายในตัวเรา

เมื่อท่านรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ท่านก็มีสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า และสิทธิพิเศษที่ท่านได้รับคือ พระวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงสถิตย์ภายในท่าน

พระองค์ทรงทำอะไรล่ะ แน่นอนพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์มาในชีวิตของท่านโดยมีเป้าหมายจุดประสงค์เพื่อให้ท่านมีชีวิตที่มีชัยชนะ พระองค์จะช่วยท่านเมื่อท่านอ่อนกำลัง

“ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่า {หรือ ว่า} พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า” โรม 8:26-27

ทรงประทานกำลังและชัยชนะอยู่ภายในท่าน และเรียนรู้ที่จะเรียนบทเรียนทุกสถานการณ์ ในชีวิต เพื่อเราจะได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิต พระองค์จะไม่ให้เดินไปอย่างโดดเดี่ยวแน่นอนครับ

“ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:12-13

ตอนนี้อยู่ที่ตัวเราที่ต้องเลือกที่จะสู้ร่วมกับพระองค์ผู้เป็นกำลังใจ ผู้ให้พลังแก่เรา เพราะแม้พระองค์ประทานชัยชนะ ประกาศว่าจะช่วยแล้ว แต่เราเริ่มไม่สู้ ไม่ปล้ำสู้ ถ้อแท้ ถดถอย คำสัญญาต่าง ๆ ก็สูญเปล่า เราจึงอย่าปัดพลังอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้ในเรา และร่วมือกับพระองค์ ท่านก็จะสามารถผ่านอุปสรรค บาดแผล ความเจ็บปวดไปได้ครับ