วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 6 ยังมีคนที่ต้องการแสดงความรัก

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนยังมีคนที่ต้องการแสดงความรัก

ในคริสตักรของมาร์ก แซนฟอร์ด มีเด็ก ๆ หนุ่มสาวมากมายที่ไม่ได้รับความรักและการดูแลจากพ่อแม่อย่างเต็มที่ เด็กเหล่านี้หิวโหยมากครับ แต่ข่าวดีก็คือมีครอบครัวตายายสองคนในคริสตจักรของมาร์ก ท่านสองคนอยู่กันตามลำพัง ก็เหงาตามประสาตายายก็เลยเปิดบ้านให้เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ไปทำอาหาร ไปเล่นที่บ้าน ท่านก็ให้ความรักแก่เด็ก ๆ เหล่านี้ เด็กก็ให้ความรักแก่ท่าน เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สำคัญว่ายังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะให้ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ชดเชยความรักในคริสตจักร ซึ่งท่านเหล่านี้อาจจะไม่เก่งในเรื่องทักษะ หรือการบริหารใด ๆ เลยครับ

การทำพันธกิจ การเยียวยา องค์ประกอบสำคัญคือ ความเชื่อร่วมกันทั้งหมดและสร้างบรรยากาศขึ้นมาให้คนที่มาคริสตจักรดำเนินชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติและไม่กลัวที่จะทำผิดพลาด หรือไม่กลัวที่จะเล่าเมื่อตนล้มลง เพราะเขารู้ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะอุ้มชูเขา พร้อมที่จะช่วยหนุนกำลังเป็นกำลังใจให้ ส่วนศิษยาภิบาลก็เป็นเหมือนคุณพ่อและผู้อาวุโส พี่น้องในคริสตจักรเหมือนพี่คนโตและพี่คนรองลงมา มีผู้ที่มีอำนาจในจิตวิญญาณสูงสุดคือพระเจ้า ดังนั้น จะทำอะไรก็คำนึงถึงและยำเกรงพระเจ้า พี่น้องเหล่านี้รู้ว่าเมื่อมาคริสตจักรแล้ว เขาจะได้รับกำลังใจใหม่และกลับไปสู้ได้อีกครับ

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 5 สถานที่ที่เขาจะรับการฟูมฟัก

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนสถานที่ที่เขาจะรับการฟูมฟัก

ตัวอย่าง หญิงสาวท้องโดยเด็กไม่มีพ่อ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สถานที่ สังคมที่อยู่ หลายหน่วยงาน หรือ คริสตจักร ไม่มีบรรยากาศของการให้ ความรัก การดูแล และความเป็นธรรมชาติของครอบครัว จุดนี้สำคัญมาก ผมอยากจะเล่าเรื่องคริสตจักรของมาร์ก แซนฟอร์ด ซึ่งเป็นลูกชายของจอห์น แซนฟอร์ด ผู้เขียนและก่อตั้งศูนย์บำบัดเยียวยา

เรื่องมีอยู่ว่าหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกของมาร์กรักกับผู้ชายที่ไม่เป็นคริสเตียน ต่อมาก็ท้อง ฝ่ายชายไม่ยอมรับเป็นพ่อ มาร์กได้ติดต่อกับฝ่ายชายพยายามช่วยให้เขารับผิดชอบและแต่งงาน และช่วยให้เขาเชื่อในพระเจ้าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงยืนกรานที่จะไม่รับผิดชอบ เมื่อหญิงสาวคลอดลูกออกมาก็กลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ มาร์กเลยประกาศในคริสตจักรว่า ให้ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วช่วยกอดช่วยสัมผัสเด็กคนนี้แต่อย่ายุ่งกะแม่นะครับ ให้เป็นตัวแทนแสดงความรักกับเด็ก ประกาศการมีตัวตนของเขา เพื่อเด็กจะได้รับความอบอุ่น โดยคนในคริสตจักรช่วยกันแสดงความรักทดแทน (Reparenting) เห็นไหมว่า บรรยากาศในสถานที่ที่เราอยู่เมื่อจะทำพันธกิจการเยียวยาก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 4 ทุกคนรับการรักษาให้หายได้หรือ

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนทุกคนรับการรักษาให้หายได้หรือ?


ไม่ครับ ผู้ที่จะหายมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ความชำนาญของผู้ทำบำบัด เพราะความลึกในบาดแผลของแต่ละคนแต่ละเรื่องต่างกัน และผู้มีบาดแผลเองต้องอยากหายจริง ๆ รวมถึงวินัยใหม่ในชีวิตของผู้มีบาดแผลและตัวเร้าซึ่งจะนำไปสู่อาการที่ดีขึ้นหรือแย่ลง


เขาอยากหายจริงๆ หรือ? ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะผู้รับการบำบัดต้องมีอาการเบื่อหน่ายต่อพฤติกรรมนั้น อยากเปลี่ยน มีจุดแตกหักที่เขาต้องตัดสินใจว่าหากเขาไม่เปลี่ยน เขาก็จะอยู่ในสภาพที่ล้มเหลวสูญเสียต่อไป มีหลายคนนำผู้ที่ไม่อยากเปลี่ยน ไม่พร้อม ไม่เข้าใจมาหาผู้ทำบำบัด ปรากฎว่าเสียเวลาทั้งคู่ เพราะการบำบัดเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันอย่างดีครับ


เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ ต้องให้เขามีวินัยใหม่ มีความสม่ำเสมอ ลุกขึ้นทุกครั้งที่ล้มลง ไม่เบื่อหน่ายการเริ่มต้นใหม่ เพราะเขารู้ผลอันดีซึ่งเกิดขึ้นมาในภายหลังจากที่มีชีวิตใหม่แล้ว มันล้ำค่าจริง ๆ เขาจึงกล้าและอดทนจนถึงที่สุดในความพยายามนี้ด้วย

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 3 จะจัดการรากของแผลได้อย่างไร

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนจะจัดการรากของแผลได้อย่างไร

ตัวอย่าง เด็กที่เสพย์ติด

การจัดการกับบาดแผล เราต้องเข้าใจก่อนว่ามีรากก็ย่อมมีผล ทุกอย่างเกิดจากต้นตอคือราก หากเราจะจัดการกับต้นวัชพืชที่สกปรกในหน้าบ้านของเรา เราไม่ควรเอามีดฟันในส่วนของวัชพืชที่โผล่ออกมา หากเราต้องการจะจัดการกับมันอย่างราบคาบ เราต้องขุดรากมันออกมาและเอาไปเผาไฟครับ ไม่ใช่เอาไปฝังดินใหม่ เพราะมันอาจจะออกรากฝอยและรากแขนงเจริญเติบโตจนเป็นต้นใหม่ได้


บาดแผลของเราก็เช่นกัน ส่วนนี้อยากหนุนใจผู้ให้คำปรึกษาในการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่มี บาดแผลหรือด้านบุคลิกภาพว่าเราต้องจัดการที่รากครับ ส่วนใหญ่เราจะตำหนิ ว่ากล่าวตักเตือน ลงวินัย แก่ผู้ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สิ่งที่เขาแสดงอยู่เป็นประจำนั้นอยู่ที่ราก ผมจะยกตัวอย่างให้เห็น เด็กคนหนึ่งที่ได้รับการเยียวยา ครั้งแรกเขาติดเหล้ามาก เราเลยสร้างวินัยใหม่แก่เขา เข้มงวดกับเขา พร้อมให้ความรักอย่างเต็มที่ ปรากฎว่าเขาดีขึ้นระยะหนึ่ง ต่อมาเรามารู้ว่าเด็กคนนี้เลิกเหล้า แต่แอบไปสูบบุหรี่และสูบจัดมาก เราก็เริ่มทำแบบเดียวกันเขาก็เลิกบุหรี่ แต่เขาแอบไปเล่นการพนันในสลัมที่เขาอยู่โดยเราไม่รู้มาก่อน จุดนี้จะเห็นได้ว่า จริง ๆ ต้องมีอะไรบางอย่างในจิตใจเด็กคนนั้นแน่ และเรามาพบอีกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเราเด็กคนนี้พยายามทำตัวให้เป็นคนดีไม่เสพย์ติดสิ่งทั้งปวง แต่ว่าลับหลังเขาแอบไปทำ เราพบว่าที่ผ่านมาเราแก้ที่ผลแต่ไม่ได้จัดการที่รากจริง ๆ


รากของเด็กคนนี้คืออะไร? เราจึงใช้เวลาคุย เปิดเผยให้ความรักกับเด็กวัยรุ่นคนนี้ เราพบว่าจริง ๆแล้วเวลาที่เขาอยากไปเสพย์ติดสิ่งเหล่านี้ คือเวลาที่เขาเหงา ความเหงาหรือรากมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร? จากการทำการเยียวยาสอบถามวิถีชีวิตในวัยเด็กคือเด็กคนนี้ไม่มีพ่อแม่ที่ให้ความอบอุ่น สัมผัส ชมเชย หรือแสดงความรัก และสังคมที่เขาอยู่คือสลัม เมื่อเขารู้สึกว่าเขาต้องการที่จะหาอะไรมาชดเชยความเหงาได้ เขาก็จะหาอะไรเสพย์ติดเพื่อชดเชยอารมณ์นั้นไป และเราก็พบจุดที่ต้องช่วยเหลือเด็กคนนี้จริง ๆ คือ ท้าทายเขาให้กล้าจะมีชีวิตใหม่ หาจุดชดเชยใหม่ โดยการให้เขาทำบางสิ่งและผู้ทำการบำบัดก็หาผู้ใหญ่ที่อดทน มีความรัก แสดงความรักแก่เด็กคนนี้อย่างเหมาะสมเพื่อชดเชยวัยเด็ก โดยเฉพาะพลังกลุ่มที่จะช่วยกันมอบไมตรีจิตและแสดงความรักอย่างเหมาะสม และที่สำคัญที่สุด คือ ให้เขารู้จักความรักของพระเยซูคริสต์ที่เขาสามารถรับได้ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมากกว่าความรักของมนุษย์ เป็นความรักที่เหนือจะบรรยายได้ เราต้องท้าทายและสอนเด็กคนนี้ให้ได้รับและรู้จักกับความรักของพระเจ้าวันต่อวัน ผ่านการสั่งสอน ผ่านชีวิตที่สัมพันธ์กับพระเจ้าครับ


จากเรื่องของเด็กคนนี้ เราคงเห็นแล้วว่าเราต้องหาสาเหตุของพฤติกรรมนั้นและทำความเข้าใจก่อน เพื่อจะจัดการรากที่แท้จริง ซึ่งมีเรื่องตัวอย่างมากมายครับ แล้วเราจะกล่าวในตอนอื่น ๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการเปลี่ยน และความรักของพระเจ้าเข้ามาชดเชยทดแทนได้ทั้งหมด โดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่แก้ไม่ได้ครับ เพราะพระองค์ทำได้ทุกสิ่ง

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 2 การจัดการกับบาดแผล

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนการจัดการกับบาดแผล


เราจะยอมให้บาดแผลมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราหรือ ชีวิตของเราทุกคนต้องการเป็นคนที่มีชัยชนะ เราต้องการที่จะอยู่อย่างมีความสุขสงบกับทุกคน อยากเป็นคนปกติทั่วไปที่ชื่นชมกับชีวิต มีความภาคภูมิใจ มีความอบอุ่นกับครอบครัว และสนุกสนานกับงาน แต่ว่าบาดแผลเป็นตัวขัดขวางสิ่งเหล่านี้ และผลที่เกิดขึ้นคือการทำลายมากกว่าความสุข ทำให้สูญเสียมากกว่าได้รับ เราต้องตัดสินใจสู้กับมันดีกว่าให้มันครอบงำเรา


เรามีชีวิตเพื่ออนาคต เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกจบดีได้ เราไม่อาจปฎิเสธบาดแผลที่เกิดขึ้นกับเรา แต่เราสามารถขจัดมันออกไปและปล้ำสู้กับมันเพื่อสิ่งใหม่ที่ดีกว่าได้ เพราะเราจะไม่จมอยู่กับบาดแผลนั้น ๆ สิ่งสำคัญที่สุด คือ


ประการแรก เราจะไม่เอาบาดแผลมาเป็นข้ออ้าง เพื่อปล่อยให้เราใช้ชีวิตไปเลยตามเลย เราจะสู้กับมัน ยอมเปลี่ยนตัวเองแม้ต้องฝืน เหมือนกับคนที่เดินไม่ได้มาหลายปี เขาต้องฝึกกายภาพบำบัด ฝึกการเดินใหม่ เขาต้องปล้ำสู้ต้องฝืนกับการไม่ได้เดินมานาน ต้องทนเจ็บต้องมีใจเด็ดเดี่ยวและก้าวเดินไป เมื่อเรารู้ว่ามีเหตุการณ์ใดที่นำเราไปสู่พฤติกรรมซ้ำรอยเดิม เราจะสู้เราต้องฝืนไม่คิดไม่ทำไม่คล้อยตามเด็ดขาด จนเป็นธรรมชาติใหม่ของเรา


ประการต่อมา เราต้องเลือกที่จะลุกขึ้นใหม่ คนลุกขึ้นใหม่ด้วยสภาพตุปัดตุเป๋ ย่อมดีกว่าคนยอมนอนตายคาสภาพที่พ่ายแพ้ ก็เหมือนกับนักมวยที่เขาตั้งใจจะชนะให้ได้ แม้โดนน็อกครั้งแล้วครั้งเล่าบนเวที แต่ถ้ายังมียกต่อไปให้แก้ตัว เขาก็จะลุกขึ้นมาสู้ เพราะเขาต้องชนะให้ได้ แต่เราทุกคนมีตั้งหลายยกให้ต่อสู้ทั้งชีวิตนะครับ ในเมื่อล้มไปแล้วขอให้กล้าที่จะลุกขึ้นสู้กับมันใหม่


ประการนี้สำคัญ คือ การให้กำลังใจตัวเอง จำไว้ว่าเราเกิดมาเพื่อเปลี่ยน ทุกวันนี้รอบข้างเรามีแต่การเปลี่ยนแปลง อดีตเปลี่ยนไปแล้ว บาดแผลในวันนั้นเราจะไม่ให้มามีผลต่อเราในวันนี้ เพราะเราจะร่วมเปลี่ยนแปลงไปกับโลกที่พระเจ้าสร้างสรรค์ขึ้นมา ก็เหมือนกับคนก่อปราสาทอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางที่ดินอันรกร้างว่างเปล่า เขามีนิมิตว่าวันหนึ่งสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นปราสาท แต่ต้องเริ่มต้นจากอิฐก้อนแรกก่อนครับ เมื่อเริ่มจากอิฐก้อนแรกที่ตรากตรำ ผ่านฝน ผ่านความร้อน ก็จะกลายมาเป็นปราสาทที่ร่มเย็นได้ เพราะถ้าหากเราเปลี่ยนคนรอบข้างก็จะเปลี่ยน


ประการสุดท้าย คือ กล้าเปลี่ยนแปลงนิสัยใหม่เหมือนนักเล่นกล้าม เขาฝึกเล่นกล้ามจนกล้ามเนื้อแข็งแรงและมีรูปร่างใหม่ แต่ต้องผ่านความเจ็บปวดท่ามกลางความหวัง การมีวินัย ความพยายาม และท่ามกลางความฝันว่าสักวันเขาจะเปลี่ยนแปลงร่างกายเขาได้ เขาควบคุมมันจนอยู่มือ และสำเร็จในที่สุด เราจะเปลี่ยนโดยการสร้างนิสัยฝืน ไม่ทำแบบเก่าที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และทำให้เราแย่ไปกับนิสัยนั้น จงปล้ำสู้ มีความใฝ่ฝัน มีนิมิตว่าเราจะเปลี่ยนและเราควรเปลี่ยน เพราะเราสามารถเปลี่ยนได้ เพราะทั้งหมดอยู่ที่เรา

หมวดเยียวยาปลดปล่อย-ตอนที่ 1 อะไรคือบาดแผลที่ต้องจัดการ

หมวดเยียวยาปลดปล่อย ตอนอะไรคือบาดแผลที่ต้องจัดการ

บาดแผลเกิดขึ้นได้อย่างไร? บาดแผลเกิดขึ้นได้โดยการถูกล่วงละเมิดทางด้านอารมณ์ ความคิด ร่างกาย การสูญเสียสิทธิ์ การถูกล้ำเส้นเกินขอบเขตที่เราควรได้รับ หรือขาดจากมาตรฐานที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ทุกการกระทำจะทำให้เกิดเป็นบาดแผล แต่ถ้าหากเราถูกกระทำบ่อย ๆ ทั้งในตอนเด็กและตอนโต บางเหตุการณ์อาจมีผลต่อเราได้ ในเหตุการณ์เดียวกันอาจทำให้คนหนึ่งบาดเจ็บ แต่อาจจะไม่มีผลต่ออีกคนก็ได้ เราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่ามาตฐานอยู่ที่ตรงไหน หรืออยู่กับใคร แต่เรารู้ว่าบาดแผลจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับวัยเด็ก เพราะในวัยเด็กเราไม่มีเหตุและผล ไม่มีกลไกในการป้องกันตัวเอง ระบบการป้องกันตัวเองของเด็กยังไม่แข็งแรงเท่ากับคนที่เป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าผู้ใหญ่คนนั้นเติบโตขึ้นมาโดยมีพื้นฐานทางโครงสร้างด้านความคิดและอารมณ์ไม่แข็งแกร่งก็ง่ายต่อการมีบาดแผล และเจ็บปวดกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายเช่นกัน

อาการของการมีบาดแผล การมีบาดแผลทำให้เราอดทนต่อบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เหมือนคนอื่น เช่น เป็นคนขี้น้อยใจ เป็นคนคิดมาก หวาดระแวง ไม่แสดงความรัก ไม่กล้าที่จะรัก เป็นคนเข้มงวด เป็นคนที่มีปัญหากับทุกที่ในการทำงาน หรือกับคนในครอบครัว บางคนมีปัญหาเฉพาะกับบางคน เช่น กับคนที่มีสิทธิอำนาจเหนือกว่า บางคนไม่สามารถใช้ศักยภาพบางส่วนออกมาอย่างเต็มที่ มีบุคลิกภาพที่ซับซ้อน ผมจะสรุปง่าย ๆ คือ อยู่ที่ไหนมีปัญหาที่นั่น หรือมีปัญหากับครอบครัวด้วยอาการซ้ำ ๆ และต่อสู้กับตัวเองอยู่บ่อย ๆ โดยไม่รู้สาเหตุ อยากเลิกก็เลิกไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนคนอื่น บางเรื่องก็เลิกง่ายเหลือเกิน บางเรื่องอยากจะเลิกก็เหมือนเราไปจุดไฟให้มันมีมากขึ้นครับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หมวดเพลงนมัสการ-Dance with me



Dance with me: Paul Wilbur

Dance with me
O lover of my soul
To the song of all songs
Romance me
O lover of my soul
To the song of all songs

Behold You have come
Over the hills
Upon the mountains
To me You have run
My beloved
You've captured my heart
With You I will go
You are my love
You are my fair one
Winter is past
And the springtime has come
Dance with me