วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 3 สาเหตุและการมีชัยชนะมาจากอะไรล่ะ ?

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 3
สาเหตุและการมีชัยชนะ มาจากอะไรล่ะ ?

เป็นได้ว่าในวัยเด็ก ครอบครัวเน้นพิสูจน์โดยการกระทำ แข่งขัน และเปรียบเทียบกันและกันในหมู่พี่น้อง หรือเขากับเพื่อน หรือถูกเลี้ยงดูด้วยการข่มขู่ เพื่อแลกความรักจากครอบครัว

ประการที่ 1 ผู้ทำพันธกิจ ต้องมีความรักมาก ๆ อดทนให้กำลังใจมากๆ แก่ผู้รับการเยียวยา โดยหาสาเหตุ รากที่มาจากความกลัว และอธิษฐาน ปฏิเสธตัดความสัมพันธ์กับรากนั้น อีกทั้งยกโทษแก่ผู้ที่ทำให้เขามีอาการเช่นนี้ การยกโทษเป็นการปลดล็อค พระพรฝ่ายวิญญาณด้วยเช่นกัน และโดยนำความโกรธ เกลียด จนนำไปสู่รากความกลัวไปที่กางเขน

ประการที่ 2 แสดงความรัก ไม่ใช่การข่มขู่ไม่ให้กลัวอีก และการสัมผัสอย่างเหมาะสม (ควรเพศเดียวกัน) และบอกถึงโทษมหันต์จากความกลัวจากพระคัมภีร์ และบอกกล่าวถึง ความรักของพระเจ้า ท่องพระสัญญาจากพระเจ้าว่าไม่ต้องกลัวกังวลอีก

ประการที่ 3 อธิษฐานปลดปล่อย ความกลัว กังวล หรือบางคนมีราก กรรมพันธุ์จากบรรพบุรุษ ให้อธิษฐานจัดการกับความสัมพันธ์นั้น ๆ เสีย

ประการที่ 4 ให้เขามั่นใจว่าเขาสามารถเป็นตัวเขาเองได้ โดยเขาจะได้รับความรักเพราะเขาเป็นเขา ไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะทำ เพราะเขาเป็นลูกพระเจ้า มีสิทธิทุกอย่าง

ประการที่5 บทเพลง วรรณกรรมใหม่ที่เขาควรอ่าน เพื่อสร้างรากฐานกำลังใจ

ประการที่ 6 บอกเขาว่า ไม่ต้องกลัวที่จะปกป้องตัวเองจนเกินไป ในคำวิจารย์ หรือความผิดพลาด เพราะทุกคนย่อมมีการพลาด และยังมีส่วนดี ๆ อื่น ๆ ที่เรายังมี ที่หลากหลายคน ยอมรับท่านได้ หรือห้ามจินตนาการเกินเรื่องความเป็นจริง

ประการที่ 7 อธิษฐานขอ เรียกปลุกจิตใจและจิตวิญญาณแห่งชีวิต และกำลังใจใหม่ หลีกเลี่ยงคุย สนทนากับคนที่พูดเรื่องเศร้า ลบ ๆ หรือเรื่องหดหู่ใจ

ประการที่ 8 ท่องภาวนาอยู่เสมอในพระสัญญา เพราะว่ามันจะเป็นจริง
ฝึกดำเนินในความจริง ท่องภาวนา 2ทิโมธี 1:7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา (นั่นย่อมหมายถึงเราต้องฝึกคิด กล้า ที่จะไม่กลัว และเมื่อมีการให้อธิษฐานตัดความสัมพันธ์เอา ความรู้สึกกลัวไปตรึงเสียที่กางเขน และท่อง ๆ ๆ ๆ พระสัญญา ความจริงของพระเจ้า)

ยอมรับ ความจริงของพระเจ้ามากกว่าความรู้สึก หรือสถานการณ์ ท่อง อ่าน 1เปโตร 5:7 จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย



ข้อคิด

• ไดว คี ไอเซนฮาว กล่าวว่า 'ข้าพเจ้าไม่ยอมใช้คำว่า วิตกกังวลอย่างเด็ดขาด'
ผมจึงอยากจะหนุนใจให้กลัวอย่างหนึ่งคือ ขอให้สิ่งที่ท่านกลัว คือ การทำบาป อย่างอื่นไม่ต้องกลัว ผิดเริ่มใหม่ ล้มแล้วลุก คนเราคบกันอยู่ที่ใจ ไม่ได้ที่ผลงานหรือต้องพิสูจน์ในความรัก ขอให้ดำเนินด้วยความจริงใจไปอย่างธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งต้องใช้เวลา

ชีวิตของเราควรเชิดหน้า ต่อสู้กับพายุที่โหมกระหน่ำ ยิ้มเข้าไว้

ความกังวลและความกลัวความ ตอน 2 อาการพื้นฐานของคนมีความกลัวมีอะไรบ้าง

ความกังวลและความกลัวความ ตอน
อาการพื้นฐานของคนมีความกลัวมีอะไรบ้าง

1 มีบุคลิกที่จะพิสูจน์ตัวเองสูง กลัวจะไม่เป็นที่ยอมรับ หรือล้มเหลว เลยกลายเป็นคนที่สมบูรณ์แบบเลยก็ได้

2.เป็นคนประเภทมีความคิดซ้ายกับขวา หรือดำกับขาว เท่านั้น มีวิธีการเดียวในการแก้ปัญหา ซึ่งแท้จริงแล้วผมได้อ่านบทความคอลัมหนึ่งนานมาแล้ว และบันทึกไว้ ได้กล่าวว่า ความกังวล ความกลัวที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วอาจไม่มีอะไรเลย เพราะ

• 40% วิตกเรื่องที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
• 35% เปลี่ยนแปลงได้
• 15% ดีกว่าที่คาดไว้
• 8% เรื่องจุกจิกไร้สาระ
• 2% กังวลเรื่องที่สมควร


3. ลักษณะนิสัย ชอบจินตนาการหรือแต่งเดิม จนความกลัวปะทุมากกว่าเหตุการที่เป็นจริง

4.อาจเป็นคนแบกภาระหนักไปเลย เพราะกลัวจะล้มเหลว ไม่สำเร็จ ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะไม่สำเร็จ และทำให้ชีวิตตรึงเครียดไปโดยไม่รู้ตัว

ความกังวลและความกลัว ตอนหนึ่ง ระดับของความกลัว

ความกังวลและความกลัว ตอนหนึ่ง ระดับของความกลัว

เราแต่ละคนสามารถต่อสู้กับความกลัวได้ต่างกัน บางคนก็ฟันฝ่าได้อย่างง่ายดาย บางคนก็ฟันฝ่าด้วยความยากลำบากแสนเข็ญ

ความกลัวความกังวล ในบางปัญหา เกิดจากสารอะดรีนาริน หรือไทรอยด์ ซึ่งเกิดจากการกินคาเฟอินมากเกินไป หรือการกินยาลดความอ้วน หรือผลข้างเคียงจากยาตัวอื่น ๆ ซึ่งไปทำลายหูชั้นในและก่อสารเคมีที่ไม่สมดุลย์ในร่างกาย กรณีนี้ต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทำบำบัด เยียวยา ควรต้องพึ่งแพทย์ร่วมกับการทำการรักษาคู่กับจิตใจ

แท้จริงแล้ว ความกลัวมี สามระดับ

ระดับ 1 ความกลัวเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับชีวิต

ระดับ 2 ความกลัวที่ปะทุขึ้นทันที จากสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ตัวเย็น สั่น ช็อค หรือ เวียนหัว เป็นลมฯลฯ

ระดับ 3 ความกลัวแบบสับสน คือ เกิดอาการต่อเนื่องไม่ยอมหยุด

ระดับที่ 2 น่าจะต้องรับการบำบัดเยียวยาหากมีอาการทุกครั้ง และระดับที่ 3 อาจต้องพึ่งแพทย์ ช่วยเหลือด้านยาควบคู่กันไป

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หัวใจพ่อ ตอน เหตุผลที่พ่อรักเรา

หัวใจพ่อ ตอน เหตุผลที่พ่อรักเรา

ในตอนนี้อยากจะบอกว่าหลายคนอาจไม่เคยมีความสัมพันธ์ หรือได้รับความรักจากพ่อที่อยู่ในโลก หรืออาจบาดเจ็บ หรือไม่เคยได้รับการแสดงความรัก การปกป้องอย่างเหมาะสม เลยอยากแบ่งปันบทความซึ่งนำมาจากหลาย ๆ แหล่ง จากพระวจนะของพระเจ้า มาให้ท่านได้อธิษฐาน เพื่อให้รู้ว่าพ่อที่เป็นพระเจ้า ไม่เคยเป็นเหมือนพ่อที่อยู่ในโลก ดังที่ท่านเคยเข้าใจ มีทั้งหมด 26 ข้อเป็นอย่างน้อยนะครับ

แท้จริงคำว่าพระบิดาเป็นคำราชาศัพท์ ในสังคมไทย อาจฟังไกลจากเรามาก เพราะประเพณี ของเรา ศัพท์ต่าง ๆ บ่งบอกถึงความแตกต่างห่างไกลกันมาก เช่น ชนชั้นสูงกับชาวบ้านแบบเราๆ ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ ไม่มีราชาศัพท์ ในคำว่าพ่อตรง ๆ เลยนะครับ ทำให้ฝรั่งเข้าใจพระเจ้าเป็นพ่อที่ใกล้ชิดดีกว่าเรา ผมจึงอยากบอกว่า ท่านลองเรียกพระเจ้า ว่าพ่อตรง ๆ เลย ท่านจะมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปกับการสนทนากับพระองค์

1. ไม่มีวันที่พ่อไม่รักลูก พระองค์ทรงรักความรักนิรันดร์ ( ยน. 3:16 )
2.พ่ออยากแสดงความรักอบอุ่นแก่เรา เพราะพระเยซูมาเพื่อสำแดงพ่อในสวรรค์ ( ยน. 16: 27)
3. พ่อ ชอบที่จะอยู่กับลูก ( ยน 14: 23)
4. พ่อ รักเรามากเท่าพระบุตร ( ยน 17: 23)
5.แม้ความผิดพลาด ไม่สมบูรณ์ไม่สามารถแยกเราจากความรักพ่อได้ ( โรม 8: 38-39)
6.แม้ลูกทำบาป พ่อยังคงเคียงข้างลูกพร้อมกับพระเยซูคริสต์ ( อฟ 2: 4-6)
7.ในยามต่ำต้อยมีบาดแผลพระองค์ทรงมองลูกสวยงามและชื่นชม ( สดดง 149: 4, ซลม 1:15-16)
8.พ่อดีต่อลูกเสมอและเต็มด้วยความหวังในลูก ( ยรม. 29: 11)
9.ความรักที่เรามีต่อพระองค์ทำให้พระองค์ยินดี มีความสุข ( ซลม 4: 10)
10.พระคริสต์ไม่ละอายในลูก และพ่อก็เช่นกัน ( ฮบ. 2:11 ,11: 16)
11.พ่อไม่จดจำบาปลูกอีกต่อไป ยกโทษหมดแล้ว ( ยรม. 31: 34)
12.ทรงเหยียบความบาป เหวี่ยงไปในทะเลลึก ( มีคาห์ 7: 19)
13.ทรงไถ่ลูกมาจากความมืดบาปแล้ว มาอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า ( คส 1:13-14,1ยน 1: 9)
14.พ่อเรียกเราว่าลูก ( ยน 1: 12)
15.ทรงเปรียบดังเป็นเพื่อน ( ยน 15: 15)
16. เปรียบเสมือนลูกไม่เคยทำบาป (รม.5: 1)
17 พ้นจากการกล่าวโทษ เป็นอิสระชั่วนิรันดร์ ( รม. 8:1-2 ) พระเจ้าไม่กล่าวโทษ
18.พ่ออยู่ฝ่ายลูกไม่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม ( รม. 8:31 )
19.ลูกจะพบพระกรุณาในเวลาที่เจ็บปวด ( ฮบ. 4:16 )
20.ความรักของพระองค์สมบูรณ์ขับไล่ความกลัวออกไป ( 1ยน. 4:18 )
21. พระเยซูมาช่วยไม่ใช่เพื่อพิพากษา (ยน. 12: 47)
22.พ่ออยากให้คะแนนเต็มด้วยความรักพระองค์ ( อฟ 3: 19)
23.พ่อพึงพอใจในลูกไม่ทอดทิ้งและอยากตอบสนองความต้องการทุกอย่างในชีวิต ( ลก. 15: 31)
24.ทรงให้ความครบบริบูรณ์ ( คน. 2:10 )
25.เติมด้วยฤทธิ์ ความรัก จิตสำนึกใหม่ให้เรา ( 2ทธ1: 7)

ลูกมีค่าต่อโลกนี้ คุณมีคุณค่ามาก
1) ลูกอยู่เพื่อฉายแสงแก่พระองค์ในโลก ( มธ 5: 13-14)
2) ลูกอยู่เพื่อจะเป็นพยานถึงพระองค์ในโลกนี้ ( กจ. 1:8 )
3) โลกนี้จะคืนดีกันกับพระองค์เพราะลูก (1คร. 9:18)
4) ลูกทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ ( ฟป 4: 13)

หัวใจพ่อ ตอน พ่อกับผู้มีสิทธิอำนาจที่สัมพันธ์กัน

หัวใจพ่อ ตอน พ่อกับผู้มีสิทธิอำนาจที่สัมพันธ์กัน

สวัสดีครับ ผมไม่ได้เขียนบล็อกมานานเลย เพราะช่วงหลังไปเตรียมตัวเขียน สคริปต์ เพื่อการสอน พระคัมภีร์ หรือถามตอบเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตทุกเช้า ในสถานีวิทยุออนไลน์ http://www.radio.james7.org/ เวลา 09.00-10.00 น .เดี๋ยวนี้ก็ลงตัวแล้ว มีดีเจจากสี่ภาค และ ครบถ้วน ส่วนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการเยียวยา ก็มีมากมาย ที่ต้องเขียน จะค่อย ๆ คุยกับพี่น้องไปตลอดนะครับ

วันนี้อยากจะคุยเรื่องหัวใจพ่อ หลายคนคงถามว่ามันเกี่ยวกับการเยียวยาอย่างไร ? แน่นอนครับ เพราะปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่การเลี้ยงดู การรับการสัมผัส คำพูดที่แสดงว่าเรามีตัวตนในบ้าน การมีสิทธิในการสำแดงตัวว่าเป็นลูกที่รักของพ่อ มันล้วนมีผลต่อเราเมื่อมาเชื่อพระเจ้า เพราะพ่อเป็น ตัวแทนสิทธิอำนาจในบ้านและชีวิตของเรา หากเราไม่เคยได้รับความรัก การสัมผัส การแสดงออก และการกระทำที่ถูกต้องจากพ่อ เมื่อเรามาเชื่อในพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นทั้งพระเจ้าและพ่อ เราอาจมีความสัมพันธ์ ในความเชื่อ และความวางใจในพระองค์ไม่สนิทใจ เช่น เมื่อเราถูกสอนว่าพระจ้าเป็นดังพ่อ พ่อรักเรามาก เราก็อาจจะงงว่ารักแบบไหน เพราะเราไม่เคยสัมผัสกับความรักสมบูรณ์ของคุณพ่อในโลกนี้เลย

เห็นหรือยังครับว่ามันเป็นอะไรที่เราคิดไม่ถึง และอาจรับความรักจากพระเจ้าหรือไม่ค่อยเชื่อใจในพระองค์เต็มที่ เพราะพ่อจะเหมือนพ่อของเราหรือเปล่า ลึก ๆ ในใจเราเคยมีประสบการณ์กับพ่อในโลกเป็นอีกแบบหนึ่ง

ปัญหาอีกอย่างที่เราอาจเจอ ท่านลองสังเกตตัวเองว่าท่านเคยมีปัญหากับผู้มีสิทธิอำนาจ ความกลัว ไม่ไว้วางใจหรือปฏิบัติต่อคนเหล่านี้แบบเคยมีความรู้สึกกับพ่อทางกายภาพไหม เพราะ หัวหน้างาน หรือโดยเฉพาะศิษยาภิบาลเป็นตัวแทนของสิทธิอำนาจ หรือพ่อฝ่ายวิญญาณ เลยทำให้ความสัมพันธ์ของเราไม่ราบรื่นดีนัก

สุภาพสตรีบางคนอาจมีปัญหากับสามี เพราะเธอไม่เพียงเรียกร้องความเป็นสามี หลายครั้งเธอลืมตัว เรียกร้องสามีให้ทำบางสิ่งชดเชยให้เธอ ดังเป็นพ่อ สิ่งที่พ่อของเธอไม่เคยให้ ทำให้สามีก็ต้องทำงานหนักไปอีก

ขบวนการเยียวยามีง่าย ๆ ครับ สำหรับผมที่เยียวยามาหลายคน หนึ่ง ให้คน ๆ นั้นสารภาพบาปที่ได้โกรธ ขมขื่นต่อพ่อ สอง ให้เธอประกาศการยกโทษแก่คุณพ่อ ที่ได้กระทำบางสิ่งที่เธอหรือเขา ฝังใจเจ็บ และเราต้องเข้าใจนะครับ เพราะพ่อที่เป็นมนุษย์ ก็เป็นคน ๆ หนึ่ง มีข้อผิดพลาดได้

ส่วนที่สาม หาคนที่เป็นผู้ใหญ่ มีอายุ หรือศิษยาภิบาลอธิษฐานเผื่อ เป็นตัวแทนคุณพ่อในโลก ที่ทำผิด หรือละเมิดกับเขา จากนั้น เมื่อทำพันธกิจเสร็จ ผู้รับการทำพันธกิจก็ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากเป็นได้ กลับไปคืนนี้ทำความดีกับพ่อในฐานะที่เป็นลูกพระเจ้า เพื่อจะได้ไปดีมาดี ตามพระสัญญา